by Carzanova Team Nat
Hits: 510

สัมผัสแรก...NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ฟีเจอร์เพียบ แต่ราคานี่สิ!! (มีคลิปวีดีโอ)

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไป สำหรับรถกระบะรุ่นแรกของเอ็มจี “NEW MG EXTENDER” ที่มาพร้อมสโลแกน “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” กับมิติตัวถังขนาดใหญ่ ระบบความปลอดภัยครบครัน และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ เป็นจุดขายที่ถือว่าไม่น้อยหน้า กระบะเจ้าอื่นๆ ในท้องตลาด ซึ่งนอกจากการเปิดตัวแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทอลองขับ ทั้งรูปแบบออนโรด และออฟโรด ว่าเจ้ากระบะพันธุ์ยักษ์คันนี้จะมีสมรรถนะเป็นอย่างไร และที่ไม่พลาดแน่นอน คือทีมงาน Carzanova ไปทดสอบมาแล้วครับ

NEW MG EXTENDER

สำหรับ NEW MG EXTENDER ต้องบอกก่อนเลยครับว่า เค้าไม่เน้นทำตลาดรถหัวเดี่ยวเลยแม้แต่น้อย เพราะเปิดตัวมาด้วยตัวถัง 2 แบบเท่านั้นคือ รถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ Giant Cab และแบบ 2 ตอน หรือ Double Cab โดยเน้นเรื่องขนาดมิติตัวถังขนาดใหญ่ ห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย โดยมีด้วยกัน 9 รุ่นย่อย ครอบคลุมทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ระบบส่งกำลังแบบธรรมดาและแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน

ไฟหน้าที่แบบโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights

NEW MG EXTENDER นั้น จะว่าไปรูปร่างหน้าตา ด้านหน้าถ้ามองผ่านๆ ก็คล้ายกับกระบะสัญชาติญี่ปุ่นเจ้าใหญ่อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะโคมไฟหน้าที่เป็นแบบโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights มองแล้วมันคล้ายกันจริงๆ แต่หากมองเน้นๆ เข้าให้แล้วจะเห็นความแตกต่างตรงกระจังหน้าที่เป็นแบบโมเดิร์นดีไซน์เอกลักษณ์ของเอ็มจี ให้ความรู้สึกบึกบึน อีกทั้งยังมีมิติตัวถังขนาดใหญ่ โดยในแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มม. ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกัน ซึ่งตรงนี้ช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น ส่วนขนาดของล้อนั้น ก็มีไล่เรียงขึ้นไปตั้งแต่ ขอบ 15 นิ้ว ถึงขอบ 18 นิ้ว ในขณะที่บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอย ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง

ด้านภายในห้องโดยสารต้องบอกว่ากว้างขวางนั่งได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งยังเก็บเสียงเล็ดลอดจากภายนอกได้ดีด้วยฉนวนกันเสียงถึง 9 จุด ด้านการดีไซน์ภายในสำหรับตัวนี้ผมถือว่าโอเคเลยทีเดียว มีความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งสอดคล้องกับความหรูหรา โดยการใช้โทนสีเข้ม พร้อมวัสดุที่ให้สัมผัสนุ่มนวล (SOFT TOUCH) แผงหน้าปัดนี่ดูดีไซน์สปอร์ตเลย ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องบอกว่าให้มาแบบจัดเต็ม ไม่รู้ว่าเอ็มจี โมเดลอื่นๆ จะมีเบะปากมองบน แอบอิจฉากันบ้างหรือป่าว!! ก็เล่นให้มาครบขนาดนี้ อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เป็นไงล่ะครับ ผมนี่ถึงกับอึ้งไปเลยว่าจะใส่อะไรมาเยอะแยะขนาดนี้กับรถกระบะ

ภายในห้องโดยสาร

มาที่เรื่องสมรรถนะกันบ้าง สำหรับ NEW MG EXTENDER ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L

เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน

ซึ่งจากการทดลองขับ ในส่วนของออนโรด และการขับแบบครอสคันทรี (ทางฝุ่น) ต้องบอกว่าเรื่องพละกำลังความแรงนั้นอาจสู้กระบะเจ้าอื่นเค้าไม่ได้ เพราะด้วยเครื่องขนาดเล็กเพียงแค่ 2.0 ลิตร กับแรงม้าที่ส่งมาให้เพียง 161 แรงม้านั้น เทียบกับเจ้าอื่นที่เค้าใช้เครื่องใหญ่กว่า แรงม้าที่พุ่งทะลุ 200 แรงม้า ไปกันแล้ว แต่หากมองความเป็นจริง แรงม้าที่มันเยอะๆ กับรถกระบะบางครั้งมันก็มากเกินความจำเป็น แถมยังส่งผลให้เกิดอันตรายได้อีกหากใช้ความแรงไปในทางที่ไม่ถูก เพราะอย่างที่รู้ว่ารถกระบะช่วงล่างด้านหลังนั้นเป็นแหนบการยึดเกาะถนน สู้พวกรถเก๋งที่ใช้ระบบช่วงล่างแบบอิสระไม่ได้ แต่ความแรงดันให้มามากกว่า ไม่ต้องแปลกใจว่าเมื่อเกิดฝนตกสภาพเปียกลื่น ทำไมรถกระบะที่ลงไปนอนอยู่ข้างถนนกันเป็นแถว ไม่ใช่ว่ารถกระบะแรงๆ มันไม่ดี แต่ผมอยากบอกอย่างนี้ครับ คือที่เค้าทำมาให้แรงๆ นั้น ก็เผื่อน้ำหนักบรรทุก แต่บ้านเราเมืองเราเอากระบะไปใช้เป็นรถที่ใช้ทุกวันในชีวิต ซึ่งบางครั้งไม่ได้บรรทุกอะไร เครื่องที่เค้าทำแรงๆ เผื่อบรรทุกไว้ คราวนี้ก็แรงเกินสิครับ ที่ผมบ่นมายืดยาวอย่างนี้ แค่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ไม่ได้ต้องการดราม่าอะไรทั้งนั้นนะครับ

เอ้า!! มาต่อกันในส่วนของออฟโรด ดูแรงบิดกันบ้าง สำหรับเจ้า NEW MG EXTENDER เมื่อเข้าสู่โหมดออฟโรด ทำได้ง่ายๆ โดยการหมุนปุ่มปรับที่คอนโซลกลาง เพื่อเลือกระบบขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็น 2WD / 4H หรือ/ 4L การปีนป่ายนั้น ถือว่าผ่านทำได้อย่างสบาย หากแต่รอบ Walking Speed รอบอาจจะดูสูงไปนิด ประมาณ 2,000 รอบ ระบบเกียร์ที่วันนั้นได้ทดลองขับเป็นเกียร์ออโต้ ก็ทำงานได้ราบรื่นสมูทดี ซึ่งเรื่องเกียร์นี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ผิดคาดกับการใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 จังหวะ ซึ่งก่อนหน้านี้เอ็มจี ไม่ค่อยปล่อยของกับระบบส่งกำลังในโมเดลก่อนหน้านี้ซักเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าโมเดลอื่นๆ จะเบะปาก มองบน อีกรอบหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือเกียร์ออโต้ 6 สปีด ลูกนี้ทำงานเข้าขาได้ดีกับเครื่องตัวนี้เลยทีเดียว

มาดูกันที่ช่วงล่างกันบ้าง ซึ่ง NEW MG EXTENDER จัดให้ในแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ BRIT Dynamic ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง ซึ่งจากการทดลองขับวันนั้นที่สนาม 8 Speed มีการวางไพลอนให้ได้ลองสลาลอม และ Lane Change ต้องบอกว่าระบบช่วงล่างเป็นที่น่าพอใจเลยครับ นุ่มนวล แต่เกาะถนนเอาเรื่องเลย ระบบพวงมาลัยที่เป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงก็ให้การควบคุมที่แม่นยำดี หากแต่วงเลี้ยวมันออกจะกว้างไปหน่อย เล่นเอารัศมีวงเลี้ยวเกิน 6 เมตร แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ ตัวใหญ่ขยับตัวก็ต้องกินพื้นที่เป็นธรรมดา

ส่วนที่เป็นไฮไลท์เด็ดของคันนี้ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องของระบบเบรกที่จัดดิสก์เบรก 4 ล้อ มาใส่ให้กับกระบะระดับราคาแตะล้าน เชื่อว่าหลายคนคงอึ้งไม่น้อยไปกว่าผม ซึ่งจากการทดลองเบรกในสถานีที่เค้าจัดเตรียมไว้ให้ระยะเบรก ค่อนข้างทำได้ดีเลยทีเดียว แต่ติดนิดเดียวตรงที่ระยะเบรกตรงแป้นเบรกแอบลึกไปหน่อย เหยียบครั้งแรกเล่นเอาเหวอไปนิด ซึ่งจุดนี้น่าจะปรับตั้งให้ตื้นขึ้น น่าจะเข้ากับผู้บริโภคมากกว่า

ส่วนเรื่องของความล้ำสมัย NEW MG EXTENDER ถือเป็นครั้งแรกของโลกกับสมาร์ทปิคอัพ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ เอากับเค้าสิกระบะคันนี้ ล้ำไปได้อีก

ด้านความปลอดภัย NEW MG EXTENDER มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย
o ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
o ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
o ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
o ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
o ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
o ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
o ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
o ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)
o ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
o ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)


นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพรอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ซึ่งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

เอาล่ะ!! มาดูกันที่ราคากันบ้าง ซึ่งต้องบอกว่าผมผิดคาดครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวเริ่มต้นที่ผมคาดเดาเอาไว้ว่าน่าจะอยู่ที่ราคาไม่เกิน 5 แสนบาท รวมถึงตัวท็อปก็น่าจะราคาไม่เกินล้าน ซึ่งถ้าเปิดมาราคาประมาณนี้ ดูจากสเปค แล้วน่าจะกวาดยอดขายไปได้ไม่น้อย แต่พอเปิดราคามาจริงๆ เล่นเอาสะดุ้งอยู่เหมือนกันกับตัวเริ่มต้นที่ตั้งราคาไว้ 5.49 แสนบาท กับตัวท็อปที่ตั้งราคาไว้ 1.029 ล้านบาท
ก็ต้องมาลุ้นกันล่ะครับ ว่าสเปคที่ใส่มาท่วมขนาดนี้ กับกระบะเจ้าใหม่ในตลาด จะเรียกคะแนนความสนใจของคนไทยได้ขนาดไหน ... น่าสนใจอยู่เหมือนกันครับ!!

NEW MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT ราคา 549,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT ราคา 619,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 659,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 719,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT ราคา 729,000 บาท

NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 759,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 819,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT ราคา 879,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคา 1,029,000 บาท