by Carzanova Team Pai
Hits: 256

หาคำตอบ?? All-New Honda Accord 1.5 Turbo EL …ขุมพลังไซส์เล็กพ่วงเทอร์โบ จะสู้บอดี้ไซส์นี้ไหวมั้ย??

Honda Accord ถือเป็นมิดไซส์ซีดานที่อยู่คู่กับครอบครัวคนไทยมานานหลายปี ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ดี และดีไซน์ที่สวยงามลงตัว จึงกลายเป็นรถที่ขายดีติดตลาดในอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ครั้งนี้ทาง Honda Accord ได้มีการพัฒนาจนมาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 10 ซึ่งได้ทำการปรับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์และเครื่องยนต์ให้ทันสมัยขึ้น ด้วยการหันมาใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง และพ่วงด้วยเทอร์โบ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกกับการใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร กับรถกลุ่มนี้ รวมถึงมีเพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัย Honda Sensing ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคงมีคำถามแล้วว่า เจ้าเครื่องยนต์ไซส์ 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ จะสู้กับบอดี้ไซส์ขนาดนี้ไหวมั้ย?? เรามีคำตอบมาให้แล้วครับ

เริ่มกันที่ภายนอกกันก่อนเลย สำหรับ All New Honda Accord 1.5 TURBO EL นั้นจะมาพร้อมขนาดตัวถังยาว 4,894 มม. กว้าง 1,862 มม. สูง 1,450 มม. และมีความยาวฐานล้อ 2,830 มม. ความกว้างช่วงล้อคู่หน้า 1,600 มม. คู่หลัง 1,610.2 มม. ส่วนน้ำหนักตัวถังอยู่ที่ 1,464 กก. เมื่อเปรียบเทียบมิติรถกับ Accord รุ่นก่อน จะพบว่ารุ่นใหม่สั้นลง 36 มม. กว้างขึ้น 12 มม. เตี้ยลง 15 มม. แต่ฐานล้อกลับยาวขึ้นมากถึง 55 มม. ซึ่งแน่นอนว่าในรถรุ่นใหม่นี้ แม้ตัวถังจะดูสั้นลง แต่จะให้การควบคุมรถที่ดีขึ้น รวมถึงห้องโดยสารที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้น
ส่วนในเรื่องการดีไซน์ ได้ผสานความหรูหรากับความสปอร์ตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มีเส้นสายที่ดูปราดเปรียว และเฉียบคม โดดเด่นที่ด้านหน้าฝากระโปรงขนาดใหญ่ ดูโฉบเฉี่ยวไล่ยาวไปตามแนวรถตลอดทั้งคัน กลมกลืนไม่ขัดสายตา บวกกับการออกแบบด้านท้ายแนวลาดต่ำ คล้ายๆ รถสไตล์คูเป้ ยิ่งเมื่อมองด้านข้าง ตัวรถดูมีเสน่ห์น่ามองมากขึ้นไปอีก รวมไปถึงไฟท้ายรูปตัว “C” ที่เวลาขับตามหลังตอนกลางคืนแล้วเหมือนขับตามรถซูเปอร์คาร์ อะไรประมาณนั้น

มาต่อกันที่ภายในห้องโดยสาร ทันทีที่หยิบกุญแจรีโมท ก็จะพบกับเทคโนโลยีที่ต้องบอกว่าเหมาะกับอากาศเมืองไทยที่แสนร้อนเหลือเกิน กับ Smart Key ที่มีระบบ Remote Engine Start แค่กดปุ่มปลดล็อคและกดปุ่มลูกศรวนค้างไว้ 3 วินาที รถจะสตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์ไล่ความร้อนให้โดยอัตโนมัติ แหม!! มันเลิศซะเหลือเกิน แต่เจ้าระบบนี้ไม่ใช่ว่าใครเห็นรถติดเครื่องอยู่ แล้วจะเข้ามาขับรถไปได้เลยนะครับ ต้องเหยียบเบรก และกดที่ปุ่มสตาร์ทรถเสียก่อน เพื่อให้ระบบทำการตรวจสอบว่ากุญแจอยู่ในรถแล้วหรือยัง 

เมื่อลองก้าวท้าวเข้าไปมานั่งในรถ ดูเหมือนตัวรถมันจะเตี้ยเอามากๆ แต่เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว กลับไม่รู้สึกว่าอึดอัด หลังคาก็ไม่ได้เตี้ย Head Room ยังมีพื้นที่เหลือเฟือ เรียกว่าคนสูงระดับเกิน 180 ซ.ม. นั่งได้อย่างสบาย รวมถึงหากตัวสูงกว่านั้น ก็สามารถปรับระดับเบาะให้ต่ำลงได้อีก รวมถึงเวลาขึ้นลงรถเมื่อดับหรือสตาร์ทเครื่องยนต์ ตัวเบาะจะมีการถอยเบาะเข้าออกให้เพื่อความสะดวกในการขึ้นลง 

สำหรับเจ้าเบาะที่นั่งคนขับนี้สามารถปรับระดับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมมีระบบบันทึกความจำ 2 ตำแหน่ง อยู่ที่บริเวณประตูด้านข้างคนขับ ส่วนเบาะฝั่งคนนั่งสามารถปรับระดับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง ด้านหลังมีเบาะที่นั่งลาดเอียงได้ระดับกำลังดี มีพื้นที่กว้างขวาง และโอ่โถง สามารถนั่งเหยียดขาได้อย่างเต็มที่

มาดูที่การตกแต่งภายในกันบ้างกับการเลือกใช้วัสดุลายไม้สีน้ำตาลเข้ม ดูกลมกลืนกับสีภายในซึ่งเป็นสีดำ อาจจะมองว่าดูทึบไปหน่อย แต่ผมว่ามันดูลงตัวดี ด้านคอนโซลกลางถูกออกแบบให้เป็นแนวเส้นตรง และถูกกดให้ต่ำลง คล้ายกับรถยุโรปหลายๆ รุ่น ที่ให้ความรู้สึกกว้างขวาง ติดอยู่นิดตรงตำแหน่งการติดตั้งของหน้าจอทัชสกรีน ที่ดูแหงนไปหน่อย เวลากลางวันเจอแดดจ้าๆ แอบมีแสงสะท้อนเล็กน้อย ส่วนสวิตช์ควบคุมต่างๆ ก็ดูจัดวางได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี ไม่กระจัดกระจาย ง่ายต่อการใช้งาน ด้านพวงมาลัยของ Accord ใหม่ ดีไซน์ดูแปลกตาไปจากเดิมเล็กน้อย มีระบบ Dual Pinion ที่แปรผันอัตราทดเฟืองของพวงมาลัยได้ พร้อมระบบ Power ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า Variable Gear Ratio Electric Power Steering (EPS) ที่สามารถปรับจูนการตอบสนอง ให้ความเบาเวลาวิ่งที่ความเร็วต่ำ และจะเพิ่มน้ำหนักให้ต้านมือที่ความเร็วสูง ไม่ต้องเกรงมือมากนักเหมือนในรุ่นก่อนหน้า 

 

ในขณะที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น กระจกข้างแบบปรับและพับด้วยไฟฟ้า, มีสวิตช์ที่สามารถปรับความสว่างแสงไฟได้ภายในรถ, สวิตช์กด Trip Meter, สวิตช์เปิด-ปิดการทำงานระบบ Traction Control, ปุ่มสตาร์ทไฟฟ้าโทนสีแดง, ไฟหน้าเป็นแบบปรับตั้งอัตโนมัติ และสามารถหมุน “OFF” เพื่อปิดไฟหน้าได้ทั้งหมด บริเวณฐานเกียร์จะเป็นตำแหน่งของเบรกมือ และปุ่ม Auto Brake Hold, แผงมาตรวัดใช้หน้าจอแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ส่วนมาตรวัดรอบกลับใช้เป็นแบบอนาล็อก แอบงงอยู่ในใจว่าทำไมไม่ให้จอใหญ่แบบ TFT มาเลยทั้งหมด แต่ในระหว่างขับขี่ สามารถอ่านตัวเลขบนหน้าจอได้ง่าย สำหรับที่หน้าจอ Infotainment ของ Accord ใหม่ มีขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้ว แต่แอบน้อยใจอยู่อย่างเดียวคือที่สวิตช์ควบคุมต่างๆ บนแผงหน้าจอกลับใช้เป็นแบบปุ่มกดจริงกับแบบลูกบิด ซึ่งดูไม่ล้ำเท่ากับคู่แข่ง การมองภาพจากหน้าจอให้ภาพที่คมชัดด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานกล้องถอยหลัง ที่สามารถปรับมุมมองความกว้างได้ถึง 3 แบบ, ระบบ Lane Watch จับภาพมุมอับได้ในขณะเปิดไฟเลี้ยวซ้าย หรือการกดปุ่มที่ปลายก้านไฟเลี้ยวขวา เพื่อมองภาพในมุมอับด้านซ้ายได้ตามต้องการ

ด้านชุดเครื่องเสียง และมัลติมีเดียรองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto มีลำโพงมาให้ 8 ตัว แต่ไม่มีช่องใส่ CD หรือ DVD ส่วนช่องเก็บสำภาระท้ายรถมีขนาดความจุถึง 573 ลิตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 123 ลิตร และสามารถเพิ่มความจุได้ หากพับเบาะหลังลงอีก แต่จะเป็นการพับลงทั้งแผงโดยไม่สามารถแยกพับทีละส่วนได้ ซึ่งอาจทำให้กลายเป็นเรื่องลำบากในการบรรทุกสัมภาระเยอะๆ หากเดินทางมากันหลายคน

เอาล่ะ!! มาถึงเรื่องของขุมพลังที่หลายคนอยากรู้ กับเครื่องยนต์เบนซินรหัส “L15BG” แบบ DOHC 4 สูบ Direct Injection Dual VTC ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 89.5 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.3:1 ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 243 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 5,000 รอบ/นาที รองรับน้ำมัน E85 มีระบบ VTC ที่สามารถหมุนแท่งเพลาลูกเบี้ยว Advance/Retard ได้เป็นระยะ 50-60 องศาทั้งในฝั่งไอดี/ไอเสีย ท่อร่วมไอเสียหล่อรวมเป็นชิ้นเดียวกับฝาสูบ ส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์เป็นแบบ Single Scroll ของ MHI TD03 จะมีกังหันฝั่งไอเสีย 9 แฉก เน้นการทำงานที่รอบสูง และมีผลต่อการเพิ่มแรงม้า ที่ฝาสูบมีกลไกแปรผันระยะยกวาล์วที่ฝั่งวาล์วไอเสียเพิ่มเข้ามา 

ด้านระบบขับเคลื่อนยังคงเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผัน CVT อัตราทดเกียร์เดินหน้า 2.645 ~ 0.405 อัตราทดเกียร์ถอยหลัง 1.859 ~ 1.265 อัตราทดเฟืองท้าย 5.363:1 ในรุ่น 1.5 TURBO EL จะมาพร้อมกับ Paddle Shift หลังพวงมาลัย ที่เมื่อชิปแป้นในขณะที่อยู่โหมดปกติ เครื่องยนต์จะเพิ่ม/ลดเกียร์ตามคำสั่ง แต่ไม่น่าเกินสิบวินาที ระบบจะตัดการทำงาน และเปลี่ยนเป็นแบบ Auto ตามเดิม แต่หากเปลี่ยนไปที่โหมด SPORT และทำการชิปแป้น ระบบจะตัดเข้าสู่โหมด Manual เพื่อให้ทำการชิปเกียร์ด้วยตัวเองไปจนกว่าจะปิดโหมด SPORT หรือชิปแป้น + ค้างไว้ 3 วินาที 

นอกจากนี้ ใน All New Accord 1.5 TURBO จะมีสวิตช์โหมดการขับเคลื่อนให้เลือก 2 โหมด คือ โหมด ECON และ โหมด SPORT ใน โหมด ECON เครื่องยนต์จะหน่วงคันเร่งให้ตอบสนองช้า ให้ความนุ่มนวลที่มากกว่า ปรับการทำงานของเกียร์ และการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ เพื่อเน้นความประหยัด ส่วนในโหมด SPORT นั้น จะปรับการทำงานของเกียร์ ให้คอยรักษารอบไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 2,000-2,500 ไว้ตลอด เพื่อคอยอัตราเร่งที่ต้องการเรียกใช้งานได้ตลอด รวมถึงการปรับอัตราทดเกียร์ให้ไวขึ้น ปรับลิ้นคันเร่งให้ตอบสนองไวขึ้น แต่ไม่ได้มีผลต่อกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์แต่อย่างใด

 ซึ่งจากการทดลองขับแล้วต้องบอกว่าเจ้า Accord ใหม่ ที่หันมาใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก พ่วงเทอร์โบ กำลังต้องบอกว่าเพียงพอ แถมในโหมด ECON ยังให้ความนุ่มนวลในสไตล์รถผู้บริหาร แต่หากอยากขับแบบสปอร์ต เพียงกดปุ่มโหมด SPORT เท่านั้น พละกำลังจัดรอมาให้เต็มที่ เร่งทีมีหลังติดเบาะกันเลยทีเดียว และที่สำคัญเจ้าเครื่องยนต์ตัวนี้ยังให้อัตราการประหยัดแบบน่าเหลือเชื่อ เพราะขนาดที่เราทดลองขับกันที่โหมด SPORT กดกันพอสมควร ตัวเลขอัตราการกินน้ำมันยังอยู่ที่ระดับ 11 กม./ลิตร เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ขณะที่การปล่อยค่า CO2 อยู่ที่ 147 กรัม/กิโลเมตร ตาม Eco Sticker

 

ในส่วนของสมารรถนะช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนแบบอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ปีกนกรูปตัว L ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ มีเหล็กกันโคลงมาให้ทั้งด้านหน้าและหลัง ล้อแม็กซ์เป็นแบบอัลลอยขนาด 17 x 7.5 นิ้ว ใส่กับยาง Michelin Primacy 3st ขนาด 225/50/R17 ช็อคอัพถูกปรับปรุงโดยเน้นที่การขับขี่แบบสปอร์ตมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความนุ่มนวล ลองขับที่ความเร็วสูง การทรงตัวดีมาก การเข้าโค้งก็เกาะถนนดี รวมถึงการซับพอร์ทเรื่องความนุ่มนวลเวลาขับตกหลุม ขึ้นเนิน ที่ต้องบอกว่าผ่านทั้งหมด เรียกได้ว่าหาข้อติอะไรไม่ได้เลย

ด้านความปลอดภัยมากับระบบห้ามล้อเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ จานเบรกคู่หน้ามีครีบระบายความร้อน เส้นผ่าศูนย์กลาง 12.3 นิ้ว ส่วนจานเบรกคู่หลัง เป็นแบบ Solid ธรรมดา เส้นผ่าศูนย์กลาง 11.1 นิ้ว อีกทั้ง Accord ใหม่ ยังมาพร้อมสารพัดตัวช่วย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-Lock Braking System) ระบบปรับแรงดันน้ำมันเบรก ตามน้ำหนักบรรทุก EBD (Electronic Brake Force Distributor) และระบบควบคุมเสถียรภาพ VSA (Vehicle Stability Assist) 

 

ด้านความปลอดภัยมากับระบบห้ามล้อเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ จานเบรกคู่หน้ามีครีบระบายความร้อน เส้นผ่าศูนย์กลาง 12.3 นิ้ว ส่วนจานเบรกคู่หลัง เป็นแบบ Solid ธรรมดา เส้นผ่าศูนย์กลาง 11.1 นิ้ว อีกทั้ง Accord ใหม่ ยังมาพร้อมสารพัดตัวช่วย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-Lock Braking System) ระบบปรับแรงดันน้ำมันเบรก ตามน้ำหนักบรรทุก EBD (Electronic Brake Force Distributor) และระบบควบคุมเสถียรภาพ VSA (Vehicle Stability Assist)