by Carzanova Team Pai
Hits: 450

Nissan Serena e-Power เอ็มพีวีรักษ์โลกแบบใหม่

เทรนด์รถยนต์รักษ์โลกกำลังมาแรง ค่ายรถทุกแบรนด์ต่างเข็นเทคโนโลยีต่างๆ ที่ตัวเองมีออกมานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือลูกผสมอย่างไฮบริด รวมไปถึงกลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด แต่สำหรับนิสสัน ที่นอกจากจะนำเสนอรถยนต์ประเภท EV ผ่านทางตัวนิสสัน ลีฟ แล้ว ยังได้นำเสนอเทคโนโลยีอีกตัวนี้ ที่เรียกว่า e-Power (อี-พาวเวอร์) ซึ่งทางผู้นำเข้ารถยนต์อิสระอย่าง อีตั้น กรุ๊ป ก็ได้นำเอาเทคโนโลยีนี้เข้ามาจำหน่ายเป็นเจ้าแรก โดยนำเข้ามาเป็นตัว Nissan Serena e-Power (นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์) ซึ่งเจ้าเทคโนโลยีเครื่องยนต์ตัวนี้จะเป็นอย่างไร เราไปลองขับกันเลยครับ ...

เอาจริงๆ แล้วหลักการง่าย ๆ ของเจ้า อี-พาวเวอร์ มันก็คล้ายๆ กับเทคโนโลยีไฮบริดนั่นแหล่ะครับ คือประกอบด้วย เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ต่างกันตรงที่ อี-พาวเวอร์ นั้นขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยมีเจ้าเครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าป้อนมอเตอร์ ผิดกับไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า สลับกันทำงาน ทำให้มีช่วงสะดุดระหว่างรอยต่อของเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าขณะวิ่งใช้งาน ซึ่งทางนิสสันเขาว่าไอ้เจ้า อี-พาวเวอร์ มันจะให้ฟิลลิ่งที่ดีกว่าเครื่องยนต์แบบไฮบริด เพราะไม่มีรอยต่อระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า อีกทั้งยังให้ฟิลลิ่งอัตราเร่งที่ดีกว่า เนื่องจากพละกำลังทั้งหมดถูกส่งผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ความแรงมากกว่าเครื่องยนต์ที่ต้องรอรอบ อะไรประมาณนั้น ที่ผมพอสรุปได้

กระจังหน้ามีขลิบสีฟ้าเพื่อบ่งบอกความเป็น E-Power

สำหรับ เซเรน่า ถือเป็นรถในตระกูลอี-พาวเวอร์ ตัวที่ 2 ต่อจาก "โน๊ต" ด้านรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้ต่างจากเซเรน่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เพียงแต่ตรงกระจังหน้าจะขลิบสีฟ้าสัญลักษณ์ที่บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นรถยนต์รักษ์โลกอะไรประมาณนั้น ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ LED สว่างสดใส เพิ่มโลโก้ e-POWER บริเวณประตูคู่หน้า และประตูท้าย

 เพื่อความนุ่มนวล เลือกใช้ ล้อเเม็ก ขนาด 15 นิ้ว กับยางขนาด 195/65 R15 

ที่ปรับเบาะยังเป็นแบบเเมนนวล ไม่ใช่เเบบปรับไฟฟ้า 

                                                                                                                       บริเวณคอนโซลหน้า

ด้านภายในห้องโดยสาร มีให้เลือกได้ 2 แบบ ระหว่างแบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ซึ่งในส่วนของตัวเบาะนั้นต้องบอกว่าออกแบบได้ใช้ได้ดีเลยทีเดียว เดินทางไกลๆ รู้สึกไม่เมื่อยล้า ขาดก็แต่แยังเป็นแบบแมนนวลไม่ใช่ใช้ระบบไฟฟ้า รวมถึงถ้าถามเรื่องความสวยงามบริเวณคอนโซลหน้าก็มีหน้าจอแสดงผลชุดใหญ่ พร้อมการใช้เส้นสีฟ้าตกแต่งหัวเกียร์ และถาดเก็บของด้านหน้ารถ ขณะที่ความสะดวกสบายก็จัดมาให้กับประตู 2 ข้างสไลด์ด้วยไฟฟ้า รวมถึงประตูหลังบานใหญ่ก็เปิดปิดด้วยไฟฟ้าเช่นกัน

ประตู 2 ข้างสไลด์ด้วยไฟฟ้า

 ประตูหลังเปิดได้กว้าง ขนสัมภาระขึ้นลงง่าย

ถาดเก็บของ บริเวณแถวนั่งตอน 2

ส่วนเรื่องสมรรถนะ ทีมงาน carzanova มีโอกาสได้สัมผัสกับเจ้า เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ที่ทางสเปกระบุว่าใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังขนาด 109 แรงม้า โดยมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร เป็นตัวสร้างประจุไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ซึ่งหากดูที่พละกำลังแล้ว แรงม้าขนาดนี้นะจะเป็นรถเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร อะไรประมาณนั้น ซึ่งก่อนขับต้องบอกก่อนเลยว่า แอบปรามาสไว้นิดๆ ว่าจะแบกตัวบอดี้ไซส์นี้ไหวเหรอ?? แต่เมื่อได้ลองขับแล้วต้องว่าสบายมากครับ พละกำลังกับบอดี้ไซส์นี้ เจ้าอี-พาวเวอร์ มันแบกได้สบาย แถมยังใช้งานได้คล่องตัวอีก ขับในเมืองตีนต้นก็มี ขับนอกเมืองตีนปลายก็มา เรียกใช้พละกำลังเมื่อไหร่ เจ้ามอเตอร์ไฟฟ้าส่งมาให้ใช้แบบต่อเนื่องไม่มีตกหล่น

เครื่องยนต์ E-Power ใน นิสสัน เซเรน่า

ขณะที่อัตราสิ้นเปลือง ที่ทางสเปกในเอกสารระบุไว้ว่า มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน JC08 อยู่ที่ 26.2 กิโลเมตร/ลิตร แต่จากการทดลองขับใช้งานจริงเส้นทาง กรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ เราทำได้แค่ 11 – 12 กิโลเมตรต่อลิตร เท่านั้น ซึ่งบอกตามตรงว่าในเรื่องความประหยัด ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ แต่ในส่วนของมลภาวะแล้ว น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนเรื่องระบบความปลอดภัยมีมาครบทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ยังเพิ่มเติมระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติบนถนนช่องทางเดียว Pro PILOT มาให้ด้วย มีสัญญาณไฟฉุกเฉินกะพริบ กรณีเบรกรุนแรง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการชนท้ายได้มากขึ้น มีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร มีเสียงเตือนเมื่อออกนอก แถมเพิ่มความหรูหราสะดวกสบายด้วยระบบปรับระดับไฟสูงอัตโนมัติ

สำหรับ เซเรน่า อี-พาวเวอร์ จัดเป็นรถเอ็มพีวีไซซ์กลาง ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบการเดินทางหลายคน โดยราคาตั้งไว้ถูกกว่าตัวเก่า เนื่องจากภาษีสรรพสามิตที่คิดตามค่าอิมิชั่นที่ต่ำลงมาก จากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมาพร้อมราคาเพียง 2.29 ล้านบาท

หากใครสนใจรถเอ็มพีวีรักษ์โลกคันนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือทดลองขับได้ที่ โชว์รูม อีตั้น ทั่วประเทศ หรือเบอร์โทร 0-2789-9998 ... ตามนี้เลยครับ!!