by Carzanova Team Pai
Hits: 920

รีวิว!! SUBARU WRX รถซีดานจิตวิญญาณรถแข่ง

ต้องบอกว่าพักหลังแอบลืมไปว่าซูบารุมีรถตัวแรงที่ยังขายอยู่ในบ้านเรา เพราะตามท้องถนนตอนนี้ส่วนใหญ่จะเห็นแต่เอสยูวี ทั้ง XV และ Forester วิ่งกันเต็มไปหมด จนหลายคนลืมตัวแรงอย่าง Subaru WRX กันไปแล้ว แต่ด้วยความสปอร์ตเร้าใจของเจ้าซีดานทรงพลังตัวนี้ เราไม่พลาดที่จะนำมารีวิวให้ทุกท่านได้รู้ถึงพิษสงของเจ้าซีดานจิตวิญญาณรถแข่งคันนี้กัน 

เจ้า Subaru WRX แค่เห็นเพียงรูปร่างภายนอก บอกได้เลยว่าอดรีนาลีนในตัวจะพรุ่งพร่านขึ้นมาในทันทีทันใด เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าที่ดุดันด้วยฝากระโปรงที่มีสกู๊ปดักลมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ บ่งบอกความแรงที่ซ่อนอยู่ใต้ฝากกระโปรง โดยในรุ่นนี้ใส่ลูกเล่นเข้าไปที่ไฟหน้า ทั้งใช้หลอดแบบ LED และมีการปรับตามทิศทางการเลี้ยวของพวงมาลัย ส่วนด้านข้างดูสปอร์ตด้วยโป่งซุ้มล้อที่ออกแบบให้เข้ากับสปอยเลอร์กาบบันไดที่ลากยาวคั้งแต่ซุ้มล้อหน้าไปยังซุ้มล้อหลัง แถมเสริมความดุด้วยล้อแม็กอัลลอยสีเทาดำขนาด 18 นิ้ว ที่หุ้มด้วยยาง Dunlop ขนาด 245/40 R18 ที่มุดเข้าพอดีกับซุ้มล้อ ให้ความหล่อแบบไม่เกรงใจใคร ขณะที่ด้านท้ายขาดไม่ได้กับสปอยเลอร์หลังที่ในตัวนี้อาจมีขนาดเล็กไปซักหน่อย แต่ยังดีที่มีดิฟฟิวเซอร์กันชนหลัง และท่อไอเสียคู่ ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว แค่ขับตามตูดก็รู้ว่านี่คือตัวแรงสายพันธุ์ WRX  

แผงหน้าปัดใหม่ที่ดูสดใสให้ความสปอร์ต

เบาะปรับไฟฟ้า

หน้าจอ Multi-Function ขนาดใหญ่ถึง 5.9 นิ้ว

ขยับเข้ามาภายในห้องโดยสาร ถือว่ามีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายในไปพอสมควร แต่ยังคงความดิบสไตล์ WRX ไว้ไม่น้อย โดยส่วนที่ปรับเปลี่ยนให้ดูหรูหราขึ้น ก็จะมีแผงหน้าปัดใหม่ที่ดูสดใสและสปอร์ตมากขึ้น แต่ยังคงเป็นสไตล์อนาล็อค ไม่โมเดิร์นเป็นดิจิตอล เหมือนรถหรูจากฝั่งยุโรป เบาะคนขับเป็นไฟฟ้า แต่ก็ยังไม่มีเมมโมรี่มาให้ หลังคาซันรูฟแบบเลื่อนด้วยไฟฟ้า ขณะที่คอนโซลกลางมาพร้อมหน้าจอ Multi-Function ขนาดใหญ่ถึง 5.9 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับกล้องมองหลัง และยังบ่งบอกสถานะต่างๆ ของตัวรถ แม้กระทั่งอัตราการสิ้นเปลืองที่ไม่น่าเชื่อว่าสายพันธุ์ดุตัวนี้ ยังเป็นห่วงเรื่องความประหยัด ก็มีบอกไว้ตรงนี้เช่นเดียวกัน

ถูกใจขาซิ่งกับ เบรกมือแบบแมนนวล 

ห้องโดยสารด้านหลัง

ในขณะที่บางจุดยังคงความดิบสไตล์ WRX ไว้อย่างระบบปรับอากาศ ที่ยังไม่เป็นแบบอัตโนมัติแบ่งแยกซ้ายขวา และไม่มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ด้านเครื่องเสียงแม้จะเป็นแบบหน้าจอทัชสกรีน แต่คุณภาพเสียงต้องบอกว่าถ้าเป็นสายฟังหูเทพแล้วล่ะก็ต้องจับอัพเกรดเป็นการด่วน ในขณะที่ที่เบรกมือ จุดนี้ต้องบอกว่าขาซิ่งชอบแน่นอน เพราะยังคงใช้แบบแมนนวล ไม่ใช้ระบบไฟฟ้า ที่ทำให้อรรถรสในการดึงเบรกมือเข้าโค้งหายไป ส่วนเบาะหลังอาจจะไม่กว้างขวางมาก แต่ก็ไม่ได้แคบอะไรมากนัก นั่งกันแบบ 4 คนสบายๆ 

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Direct Fuel Injection, Horizontally-Opposed

เอาล่ะ!! คราวนี้มาถึงเรื่องของสมรรถนะกันบ้าง สำหรับ Subaru WRX คันนี้ ใช้เครื่องยนต์เบนซินที่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเครื่องยนต์ Boxer สูบนอนเหมือนรุ่นก่อนหน้า แต่ไม่ใช่ครับ WRX ตัวนี้ มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Direct Fuel Injection, Horizontally-Opposed พ่วง Turbocharged ที่บอกตามตรงเลยว่าอรรถรสของเสียงเครื่องยนต์สไตล์ Boxer มันหายไป รวมถึงระบบเกียร์ที่ในตัว WRX นั้นใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ High Torque CVT ผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา แบบ AWD System ที่หลายคนอาจไม่ชอบบุคลิกของเกียร์ชนิดนี้ แต่ก็อย่าเพิ่งปรามาสไปว่าเจ้า WRX คันนี้จะไม่มีพิษสงอะไรนะครับ เรามาดูสเปคกันก่อนว่าเจ้าเครื่องยนต์แบบใหม่ ที่ถูกจับยัดลงไปนั้น จะมีพละกำลังเรี่ยวแรงขนาดไหน โดยในเรื่องของแรงม้านั้น ซูบารุเค้าจัดมาให้ถึง 268 แรงม้า ขณะที่แรงบิดจัดมาให้ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 - 5,200 รอบต่อนาที โดยมีโหมดการขับให้เลือก 3 โหมด I Drive / S Drive และ SI Drive ซึ่งเป็นโหมดที่ให้พละกำลังมากสุด

ซึ่งผมได้ลองขับทั้ง 3 โหมด เห็นข้อแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน และชอบการเซ็ตอัพโหมดของทางซูบารุในตัว WRX เอามากๆ เพราะจับกลุ่มคนที่มีสไตล์การขับได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบขับแบบนุ่มนวลสบายๆ ไม่ต้องการเค้นพละกำลังอะไรมากนัก ก็ขับโหมด I Drive ที่สามารถควบคุมคันเร่งให้ขับขี่แบบนุ่มนวลได้ หรือบางคนชอบความทันใจขึ้นมาอีกหน่อย ก็เลือกโหมด S Drive ที่เครื่องยนต์และเกียร์มีความกระฉับกระเฉงมากขึ้นมาอีกหน่อย ส่วนถ้าอยากสนุก ก็เลือกมาโหมด SI Drive ได้เลยครับ โหมดนี้ พละกำลังออกมาแบบสุดๆ กดคันเร่งนี่หลังติดเบาะแบบสุดๆ ซึ่งหลายคนอาจจะรู้สึกว่าการที่เจ้า WRX หันมาคบกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ฟิลลิ่งความสนุกในการขับจะหายไป อันนี้ก็ต้องยอมรับความว่ามันหายไป แต่เรื่องความดึงและพละกำลังนั้นผมว่ามันไม่หายไปเลยครับ แถมยังดึงแบบต่อเนื่องมากกว่าเกียร์แบบทอร์คคอนเวอเตอร์ซะอีก

ส่วนเรื่องช่วงล่างที่ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันตรัท และด้านหลังเป็นแบบดับเบิ้ล วิชโบน น่าเสียดายที่ไม่ได้ติดตั้งช็อคอัพแบบไฟฟ้าที่สามารถปรับค่าความแข็งอ่อนมาให้ ทำให้ต้องเซ็ตค่ามาแบบเดียว ซึ่งต้องบอกอย่างนี้ครับว่า วันแรกที่เอามาทดลองขับรู้สึกได้ถึงความกระด้างของช่วงล่าง ที่เก็บทุกรายละเอียดของถนน คอสะพานแบบเป็นไม่มีตกหล่น จนทำให้นึกไปว่าช่วงล่างสปอร์ตขนาดนี้เราจะใช้ทุกวันไหวเหรอ แต่พอได้ลองขับไป 3 -4 วัน ความคิดกลับเลยครับ ความกระด้างที่รู้สึกในวันแรก กลับกลายเป็นความชอบฟิลลิ่งของช่วงล่างชุดนี้ไปซะอย่างนั้น ก็อารมณ์ที่ได้คือมันขับสนุก ฟิลลิ่งการเข้าโค้งนี้ได้อารมณ์เหมือนกำลังขับในสนาม สั่งเลี้ยวเป็นเลี้ยว

รวมถึงระบบเบรกที่ต้องบอกว่าเป็นฟิลลิ่งของเบรกแบบรถแข่งในสนาม เพราะฟิลลิ่งมันจะค่อนข้างแข็ง คุมน้ำหนักเบรกได้ง่าย แต่อาจต้องใช้แรงเยอะหน่อยในการเบรก ไม่เหมือนเบรกที่นิ่มๆ แตะเบรกแล้วดูดเท้าหัวทิ่ม ซึ่งอย่างหลังจะเหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีแรงเบรกน้อย ส่วนอย่างแรก สายซิ่งน่าจะชอบมากกว่า

สุดท้ายมาที่เรื่องราคา สำหรับ Subaru WRX ที่มาพร้อมค่าตัวที่แอบสูงซักหน่อย 2,320,800 บาท แต่ก็ต้องเข้าใจครับเป็นรถนำเข้า แถมสมรรถนะสูง สำหรับสายแรง ที่ชอบความสปอร์ต เชื่อว่าต้องมีเล็งมีสนใจกันบ้างล่ะครับ..ว่ามะ!!