by Carzanova Team Pai
Hits: 440

รีวิว!! Volvo XC90 Inscription มนเสน่ห์แห่งสแกนดิเนเวียน ผสานขุมพลัง Plug-in Hybrid!!

Volvo XC90 เอสยูวีรุ่นใหญ่ ที่อาจเป็นรถครอบครัวในฝันของใครหลายๆ คน เพราะด้วยภาพลักษณ์ของความเป็นรถยนต์ SUVพรีเมียม เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา ภายใต้กลิ่นอายแบบสแกนดิเนเวียน และในวันนี้ XC90 ได้มาพร้อมกับขุมพลังการขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ T8 Twin Engine พร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ซึ่งเราจะไปทำการทำสอบเจ้า SUV คันนี้ในแบบเจาะลึกกันครับ!!

การออกแบบภายนอก XC90 กลับมาพร้อมกับรูปทรงที่ดูมีสันเหลี่ยมชัดเจนมากยิ่งขึ้น แถมด้วยตัวถังขนาดใหญ่ (ยาว X กว้าง X สูง) 4,953 X 2,140 X 1,776 มม. ระยะฐานล้อยาว 2,984 มม. ความกว้างของล้อหน้าและหลัง 1,665 และ 1667 มม. มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED รูป T-shape ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากค้อนของเทพเจ้าธอร์เหมือนเดิม ช่วยเสริมบุคลิกให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น โดยเจ้าไฟชุดนี้สามารถปรับระดับสูงต่ำ และหักเหตามพวงมาลัยโดยอัตโนมัติ ขณะที่ล้ออัลลอยก็จัดชุดใหญ่ขนาด 20 นิ้ว พร้อมดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ และยางขนาด 275/45 R20

รูปลักษณ์ภายนอก

ไฟหน้าแบบ LED รูป T-shape 

ภายในห้องโดยสารของเจ้า XC90 ให้ความรู้สึกถึงความหรูหรา อลังการในแบบสแกนดิเนเวียนสมัยใหม่ การดีไซน์ดูเรียบง่าย ดูได้จากการจัดวางตำแหน่งของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ และการลดจำนวนปุ่มกดต่างๆ ภายในรถ เอามารวมไว้ในจอแสดงผลที่ดูคล้ายๆ จอไอแพดขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว ซึ่งสามารถสั่งงานทุกอย่างได้จากจอนี้ ซึ่งดูไฮโซ ไฮเทค หรูหรา แต่ช่วงแรกๆ อาจใช้งานยากหน่อย สำหรับผู้ขับขี่ที่จะขับไปด้วย สั่งงานผ่านหน้าจอไปด้วย ซึ่งคงต้องใช้เวลาซักพักนึง ถึงจะคุ้นเคยกับการสั่งงานเวลาขับ

ภายในห้องโดยสารขอ XC90

นอกจากนี้ในส่วนของวัสดุตกแต่งต้องบอกว่าสะท้อนได้ถึงความหรูหรา สไตล์ผู้ใหญ่หากใครชอบลายไม้ ต้องบอกว่าคันนี้ใช่เลย มีการประดับประดาลายไม้ในห้องโดยสารหลายจุด ส่วนเรื่องระบบอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ก็จัดมาให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศภายในรถแบบ Clean Zone ที่แยกการควบคุมความเย็นได้แบบของใครของมัน

วัสดุตกแต่งสะท้อนได้ถึงความหรูหรา

รวมไปถึงเบาะนั่งบุด้วยหนัง Tailored Wool Blend โดยในส่วนของเบาะที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า มาพร้อมระบบระบายอากาศ ระบบทำความร้อน และปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกความจำได้ถึง 3 ระดับ พนักพิงของเบาะที่นั่งตอนหลังแยกพับได้แบบ 40/20/40 โอ่อ่าด้วยหลังคาแบบพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ ประตูโดยสารด้านหลังมาพร้อมกับม่านบังแดด ในส่วนที่เก็บของท้ายรถ เบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับเก็บได้โดยกดปุ่มบริเวณไหล่ของที่นั่งคนขับใบแบนราบไปกับพื้น ฝากระโปรงหลังเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี จอสัมผัสส่วนกลางแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการควบคุมด้วยเสียง และฟังก์ชั่นช่วยเหลืออื่นๆ เช่น Send to Car ที่จะช่วยค้นหาจุดหมายปลายทาง ผ่านระบบนำทางแบบเว็บบราวเซอร์ ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์ iOS และ Android ... โอยยย เยอะแยะไปหมด!!

เบาะนั่งบุด้วยหนัง Tailored Wool Blend

หลังคาแบบพาโนรามิกซันรูฟ

ม่านบังแดด 

จอสัมผัสส่วนกลางแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว

แต่ที่เป็นพระเอกของงาน เห็นจะเป็นในส่วนของระบบเครื่องเสียง เพราะเจ้า XC90 มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงคุณภาพสูง Bowers & Wilkins พร้อม Amplifier ขนาด 1,400 วัตต์ มีลำโพงถึง 19 จุด รวมซัฟวูฟเฟอร์แบบระบายอากาศ ซึ่งจะทำงานโดยดึงอากาศภายนอกรถเข้ามาช่วยให้เสียงมีความคมชัด เหมือนจริง และยังสามารถปรับเลือกโหมดเสียงได้อีก 3 โหมด ซึ่งได้แก่ Concert, Studio และ Stage จากการทดสอบในโหมด Concert เสียงเพลงที่ได้ยินจากลำโพงมีความทั้งคมชัด และสมจริง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ข้างเวทีคอนเสิร์ตยังไงยังงั้นเลยล่ะครับ

เครื่องเสียงคุณภาพสูง Bowers & Wilkins 

และอีกเรื่องที่ขาดไม่ได้คือเรื่องความปลอดภัย ที่แบรนด์นี้ค่ายนี้เข้าขึ้นชื่ออยู่แล้ว และยิ่งมาอยู่ในรุ่นพี่ใหญ่อย่าง XC90 ด้วยแล้วงานนี้จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการชนด้วยเซนเซอร์ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน และสัตว์ใหญ่ พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถและช่วยหักหลบ, ระบบป้องกันการชนและระบบบรรเทาอาการบาดเจ็บ พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติที่ด้านหน้า ด้านหลัง และบริเวณทางแยก, สัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในจุดอับสายตา พร้อมฟังก์ชั่นหักหลบอัตโนมัติ, ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังจากที่จอด พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ, ระบบแจ้งเตือนเพื่อเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า, ระบบแจ้งเตือนด้วยการสั่นที่พวงมาลัยเมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางเดินรถ, ระบบควบคุมและป้องกันการโคลงของรถ, ระบบป้องกันการวิ่งตกถนน, ถุงลมนิรภัยหัวเข่าผู้ขับขี่, ถุงลมนิรภัยด้านข้างเบาะที่นั่งคู่หน้า, ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง, ระบบป้องกันการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอและหลังที่เกิดจากการสะบัดของศรีษะ และระบบกระจายแรงเบรกจากการชนด้านข้าง, ระบบ Pilot Assist ที่ช่วยรักษาระดับความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมทั้งช่วยบังคับพวงมาลัยไม่ให้รถออกนอกเลน, ระบบควบคุมความเร็วแปรผันเพื่อรักษาระยะห่าง พร้อมฟังก์ชั่นหยุดและออกตัวโดยอัตโนมัติ, ระบบช่วยเหลือในการขึ้น-ลงทางลาดชัน, ระบบช่วยจอดแบบถอยหลังเข้าซองและขนานกับขอบฟุตบาท กล้องมองภาพแบบ 360 องศา, กล้อง และเซ็นเซอร์ช่วยในการจอดรถทั้งด้านหน้าและหลังตัวรถ ที่ต้องถือว่า XC90 เค้าจัดระบบความปลอดภัยมาให้แบบคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ

 

มาถึงในส่วนของสมรรถนะกันบ้าง กับขุมพลังของเจ้า XC90 ได้พละกำลังมาจากเครื่องยนต์รุ่น T8 Twin Engine AWD Inscription ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี. พร้อมซุปเปอร์ชาร์จ เทอโบชาร์จ กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Li-ion ขนาด 11.6 kwh ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 640 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.6 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. ที่ล้อคู่หน้าได้กำลังการขับเคลื่อนโดยตรงมาจากเครื่องยนต์ และล้อคู่หลังถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มาพร้อมระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมเกียร์ทรอนิค โดยสามารถเปลี่ยนได้ 5 โหมดตามความต้องการของผู้ขับขี่ ได้แก่ AWD: เป็นการขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวที่เปียกชุ่ม, Pure: ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100 %  สามารถวิ่งต่อเนื่องด้วยระยะทางประมาณ 40 กม., Hybrid: ได้พลังจากเครื่องยนต์เบนซิน และมอเตอร์ไฟฟ้าที่จะทำงานร่วมกันเพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง Power: หรือการขับขี่แบบโหมด Sport เป็นการนำกำลังจากเครื่องยนต์ทั้งหมดมาใช้ เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด และ Off Road: เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางลูกรังแบบ Off Road ซึ่งจะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 40 กม. /ชม.

เครื่องยนต์รุ่น T8 Twin Engine AWD Inscription

ซึ่งจากการทดสอบ ต้องบอกว่าพละกำลังของเครื่องยนต์ที่ให้มาสูงถึง 407 แรงม้า สามารถแบกน้ำหนักตัวถังที่หนักเกือบ 2.5 ตัน ได้แบบสบาย ยิ่งปรับเป็นโหมด Power แล้วอย่างกับขับรถพวกรุ่น Performance แรงๆ อย่างไงอย่างงั้น ขาดก็แต่แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย (Paddle Shift) ที่ไม่มีมาให้ ไม่งั้นสนุกมากกว่านี้เลย แต่ถ้าหากอยากขับชิลๆ ก็ปรับมาที่โหมด Hybrid ซึ่งโหมดนี้ผมชอบมาก เพราะเน้นความนุ่มนวล ขับแบบหล่อๆ ชิลๆ ในชีวิตประจำวัน ส่วนโหมด Pure ที่ใช้ไฟฟ้า 100% อันนี้ต้องยอมรับครับว่าไม่ได้ทดลองว่าจะวิ่งได้ระยะทางจริงเท่าไหร่ เพราะเค้าไม่ได้ให้ที่ชาร์จมาให้เนื่องจากกลัวเรื่องความปลอดภัยหากไม่ได้ติดตั้งแผงวอลชาร์จ ขณะที่เรื่องอัตราความประหยัดต้องถือว่าใช้ได้เลย ขนาดตัวรถใหญ่และหนักขนาดนี้ ลองขับแบบทั้งใช้ความเร็ว และขับแบบธรรมดา ตัวเลขความประหยัดอยู่ที่ประมาณเกือบ 10 กม./ลิตร ต้องถือว่าใช้ได้เลย

พวงมาลัย Volvo XC90 Inscription

ในส่วนของเรื่องการควบคุม ต้องบอกว่ามั่นใจได้ในวอลโว่ ฟิลลิ่งพวงมาลัยมีความแม่นยำ คมกริบ ผสานกับระบบช่วงล่างที่ใช้แชสซี Four-C หรือ ระบบควบคุมปริมาณลมกึ่งไฟฟ้าที่เข้ามาแทนแผ่นปรับปริมาณลมดั้งเดิม และระบบกันสะเทือนหน้า-หลังแบบถุงลม (Air Suspension) ซึ่งจะคอยตรวจสอบสภาวะการขับขี่ในอัตรา 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อการดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การขับขี่มีความนิ่มนวลบนท้องถนนในสภาพต่าง ๆ และสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและการควบคุม โดยระบบกันสั่นสะเทือนช่วยคงระดับความสูงของล้อทั้งสี่ข้างให้เท่ากัน เพื่อปรับให้เหมาะสมต่อสภาพการขับขี่ที่แตกต่าง ซึ่งหากเทียบกับตัวช่วงล่างที่ไม่ใช่ถุงลม ในส่วนของด้านหน้า ไม่ค่อยรับรู้ถึงความรู้สึกแตกต่างเท่าไหร่ แต่ในส่วนของช่วงล่างหลัง รับรู้ได้ถึงความนุ่มนวลแบบเห็นได้อย่างแตกต่างจริงๆ

ปิดท้ายกันที่เรื่องราคา สำหรับ Volvo XC90 T8 Twin Engine AWD Inscription 4,790,000 บาท ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด ผมถือว่าราคาระดับนี้ หากเทียบกับคู่แข่ง ต้องถือว่าวอลโว่ เค้าจัดออปชั่นมาได้ค่อนข้างเหนือกว่าแบรนด์อื่นๆ รวมถึงสมรรถนะที่ขับแล้วผมชอบเลย คราวนี้ก็อยู่ที่ตัวคุณล่ะครับ จะรับ Volvo XC90 T8 Twin Engine AWD Inscription ไว้ประจำการที่บ้านหรือไม่ ลองตัดสินใจดูครับ!!