by Carzanova Team Nat
Hits: 844

รู้หรือไม่?? สถานีชาร์จรถไฟฟ้า!!มีเจ้าไหนบ้างในปัจจุบัน...

รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ได้เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ เนื่องจากค่ายรถยนต์ทั่วโลกต่างทุ่มทุนเพื่อพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าของตัวเองอย่างเร่งด่วน และมีการทยอยเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าค่ายรถยนต์หลักเริ่มเดินหน้ารถไฟฟ้าอย่างจริงจัง เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลของประเทศในทวีปยุโรปต่างออกมาตรการที่เข้มงวดในเรื่องของมลพิษ ซึ่งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เหล่านั้น ต้องทำให้ได้ตามมาตรฐานไอเสียที่กำหนด ถ้าหากไม่ทำหรือทำไม่ได้ จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งอาจจะถึงขั้นต้องยุติแบรนด์ตัวเองไปก็เป็นได้

 

ในประเทศไทย ซึ่งคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเข้ามาของรถไฟฟ้าเหล่านี้ได้ ทำให้รัฐบาลประกาศเป็นนโยบาลส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งบรรดาค่ายรถยนต์ในประเทศไทย ต่างตอบรับเข้าร่วมหลายค่าย ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐบาล มีการประกาศและคาดการณ์เป้าหมายว่า จะมีรถไฟฟ้าวิ่งทั่วประเทศอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2576 หรือในอีก 18 ปีข้างหน้า โดยรถไฟฟ้าในนิยามของรัฐบาล หมายความรวมถึงรถไฟฟ้าแบบ Plug-in Hybrid และ Hybrid ด้วย

การชาร์จแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้านั้น จะแบ่งเป็น 2 แบบหลัก คือ แบบชาร์จปกติ ใช้ชุดชาร์จที่ติดมากับรถชาร์จไฟฟ้าจากที่บ้านหรือปลั๊กธรรมดา ที่มีข้อจำกัด คือ ใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการชาร์จแต่ละครั้ง กับแบบชาร์จเร็ว ซึ่งจะมีหัวชาร์จแบบพิเศษ สามารถชาร์จได้ 0-80% ในเวลาประมาณ 30-40 นาที ขึ้นกับปริมาณกระแสไฟที่จ่ายเข้าซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ เนื่องจากด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน จำเป็นต้องพึ่งพาการชาร์จแบบรวดเร็ว เพื่อช่วยให้สามารถเดิน ทางอย่างต่อเนื่องได้ ดังนั้น สถานีชาร์จไฟฟ้าจึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเดินทางของรถยนต์ไฟฟ้า เปรียบได้กับปั๊มน้ำมันของรถใช้เครื่องยนต์นั่นเองและในตอนนี้ลองมาดูกันว่าสถานีชาร์จไฟฟ้าในปัจจุบันจะมีผู้ประกอบการเจ้าไหนเข้ามาให้บริการกันบ้าง

1.MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง มีคำให้สัมภาษณ์ของผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวงจะมีสถานีชาร์จครบทั้ง 13 สาขาของ MEA ปัจจุบันมีจุดชาร์จไฟฟ้าแล้วทั้งสิ้น 10 สาขา สามารถชาร์จได้โดยไม่คิดค่าบริการ ยังฟรีอยู่ แต่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนก่อนเพื่อเปิดใช้งานที่ชาร์จ

2.PEA หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อีกหนึ่งหน่วยงานที่รุกพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า เป็นรายแรกๆ พร้อมเปิดให้ใช้บริการชุดแรก ณ สถานีของการไฟฟ้าพื้นที่นั้นๆ โดยมีทั้งสิ้น 11แห่งโดย มี 10 กระจายตามหัวเมือง ได้แก่ อยุธยา, นครปฐม, นครราชสีมา, พัทยาและหัวหิน และส่วนอีก1 แห่ง ตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ หลังจากนั้น และยังมีโครงการได้พัฒนาเพิ่มอีก 10 จุดทั่วจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการใช้งานรถตุ๊กๆ ไฟฟ้า ของจังหวัดเชียงใหม่ด้วย


3.EGAT หรือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หนึ่งในหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพใหญ่ ทั้งด้านพลังงานและการทดสอบใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่มาจากการดัดแปลงนำรถยนต์เก่ามาติดตั้งระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ปัจจุบัน มีสถานีชาร์จไฟฟ้าอยู่ 5 จุด ภายใต้การดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต รวมถึงมีจุดชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถบัสหรือรถเมล์ไว้ให้บริการด้วย

4.Bangchak หรือ บางจาก มีการเปิดสถานีชาร์จไฟฟ้า 2 แห่ง แต่ยังไม่เปิดให้ประชาชนเข้าใช้งาน

5.PTT หรือ ปตท. มี 21 แห่ง แต่ยังไม่เปิดให้ประชาชนเข้าใช้งาน แต่มีแผนจะเปิดสถานีเพิ่มอีก 20 แห่ง ภายในปีนี้

6.EA Anywhere หรือ บ.พลังงานบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นบริษัท เอกชนที่รุกเข้ามาทำสถานีชาร์จ โดยประกาศว่า จะมีจุดชาร์จไฟ 1,000 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้กระจายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น หัวหินและพัทยา เป็นต้น

7.MEA EV จากค่ายรถยนต์นิสสัน ปัจจุบันมีจุดชาร์จไฟฟ้า2 แห่ง อยู่ที่โรงงานบนถนนบางนาตราด กม. 21และในจังหวัดระยอง

8.ChargeNow จากค่าย BMW เป็นผู้นำคือเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า ซึ่งเป็นการร่วมมือของหลายบริษัทฯ ปัจจุบันมีจุดชาร์จไฟฟ้าถึง 50 จุดกระจายทั่วกรุงเทพฯ

9.EQจากค่าย Mercedes-Benz ได้ขยายจุดชาร์จไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ ดำเนินการแล้วเสร็จ 50 จุด โดยปีนี้ ตั้งเป้าเอาไว้ที่ 63 แห่ง และจะขยายไปถึง 200 แห่งทั่วประเทศ
โดยสรุปสถานีชาร์จไฟฟ้าของไทยปัจจุบันหากนับรวมๆ แล้วภายในสิ้นปีนี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ1,200 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อเทียบกับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) 1,394 คัน และรถปลั๊กอินไฮบริด(PHEV) อีกจำนวน 102,308 คัน (ตามการรายงานของกระทรวงพลังงาน)