by Carzanova Team Nat
Hits: 137

Porsche Taycan เปิดตัวครั้งแรกของโลก!!ถือกำเนิดใหม่ รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า

ปอร์เช่ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบต่อสาธารณชนอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรก พร้อมกัน3ทวีปทั่วโลก ทั้งในอเมริกาเหนือ ประเทศจีน และ ทวีปยุโรป"ปอร์เช่ไทคานน์ (PorscheTaycanเปรียบได้กับสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างเกียรติประวัติอันยาวนานไปสู่โลกอนาคตยนตกรรมคันนี้คือยานพาหนะที่จะนำพาเรื่องราวแห่งความสำเร็จในวันข้างหน้ามาสู่แบรนด์ปอร์เช่ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตที่สร้างความตื่นเต้น และเร้าอารมณ์บรรดาบุคคลผู้หลงใหลความเร็วทั่วทุกมุมโลกมาเป็นระยะเวลากว่า 70 ปี

ปอร์เช่ไทคานน์ (PorscheTaycan)

โมเดลแรกสำหรับการเปิดตัวปอร์เช่ไทคานน์ ในฐานะยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด คือ ปอร์เช่ไทคานน์ เทอร์โบ เอสซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากรถยนตืที่ใช้พลังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ หรือ Porsche E-Performanceนี่คือรถสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายการผลิตปกติของปอร์เช่ ในส่วนของรถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน4ล้อรุ่นย่อยอื่นๆกำลังจะทยอยเปิดตัวตามมาในอีกไม่ช้าอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่จะถูกเพิ่มเติมทางเลือกให้แก่ผู้รักรถสปอร์ต คือ ปอร์เช่ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม่ซึ่งจะเผยโฉมในช่วงปลายปีหน้า ทั้งนี้ก่อนปี 2022 ปอร์เช่จะทุ่มงบลงทุนในส่วนของการพัฒนาคิดยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า เป็นเม็ดเงินจำนวนมากกว่า 6,000 ล้านยูโร

ในรุ่นเรือธงปอร์เช่ไทคานน์ เทอร์โบ เอสพกพาพละกำลังสูงสุดกว่า 761แรงม้า(560 กิโลวัตต์)  เพิ่มพลังด้วยฟังก์ชัน overboostทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัวLaunch Controlตามด้วยปอร์เช่ไทคานน์ เทอร์โบพละกำลังสูงสุด 680แรงม้าสำหรับไทคานน์ เทอร์โบ เอส ให้อัตราเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็ว100กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง2.8วินาที ในขณะที่ไทคานน์ เทอร์โบทำได้ภายในระยะเวลา3.2วินาที พิสัยการเดินทางสูงสุดในรุ่น เทอร์โบ เอส ทำได้สูงสุดที่ระยะทาง 412กิโลเมตรและในรุ่น เทอร์โบเดินทางได้สูงสุดด้วยระยะทางกว่า450กิโลเมตร(ทดสอบตามมาตรฐานWLTP)รถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อall-wheel-driveทั้ง 2 รุ่นสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง260กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ปอร์เช่ไทคานน์คือรถสปอร์ตจากสายการผลิตปกติรุ่นแรก ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ แทนที่ระบบทั่วไปซึ่งมีแรงขับเคลื่อนเพียง 400 โวลต์ ในรถไฟฟ้าคันอื่น และนี่คือข้อได้เปรียบหลักอันดับแรกที่ผู้ขับขี่ ไทคานน์ จะได้รับเมื่อนำพารถคันนี้โลดแล่นไปบนท้องถนนภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที ระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับhigh-power charging network จะทำหน้าที่สะสมพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง direct current (DC) จนสามารถเดินทางได้เป็นระยะสูงสุดกว่า 100 กิโลเมตร(ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP)ใช้ระยะเวลาเพียง 22.5 นาทีในการชาร์จพลังงานตั้งแต่ความจุแบตเตอรี่5 – 80 เปอร์เซ็นต์SoC(state of charge) ภายใต้สภาพแวดล้อมปกติ และมี กำลังไฟฟ้าสูงสุด(peak) ที่ 270 กิโลวัตต์ประสิทธิภาพความจุโดยรวมของแบตเตอรี่อยู่ที่ 93.4กิโลวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ผู้ขับขี่ปอร์เช่ไทคานน์สามารถชาร์จพลังงานได้อย่างสะดวกสบายผ่านไฟฟ้ากระแสสลับalternating current (AC) ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่ใช้อยู่ในที่พักอาศัยทั่วไป

ด้วยงานออกแบบที่เรียบหรูปอร์เช่ไทคานน์สื่อสารแก่ผู้พบเห็นอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ของปอร์เช่ ในขณะเดียวกัน รถสปอร์ตคันนี้ยังคงรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ในงานออกแบบตามDNA ของปอร์เช่อย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มต้นตั้งแต่มุมมองด้านหน้าที่กว้าง และแบนราบ ขนาบด้วยโป่งซุ้มล้อที่โค้งมนสง่างาม ยกระดับรูปทรงโดยรวมให้ปราดเปรียว เฉียบคม ด้วยแนวหลังคาสไตล์สปอร์ตที่เทลาดลงอย่างต่อเนื่องกลมกลืนจรดด้านท้าย แนวตัวถังด้านข้างที่เปี่ยมไปด้วยบุคลิกเฉพาะตัว มุมมองจากห้องโดยสารที่ปลอดโปร่ง แนวโค้งของเสา C-pillar ที่วางตัวผสานกับซุ้มล้อหลัง เป็นหนึ่งเดียวกับสปอยเลอร์ท้ายรถที่ตอกย้ำถึงความกร้าวแกร่งทรงพลัง อันเป็นสมรรถนะติดตัวรถยนต์ปอร์เช่ทุกคัน เสริมความโดดเด่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยรายรอบคัน อาทิ ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ ฉายสะท้อนบนกระจกหรือ glass-effect Porsche logo ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รวมอยู่กับ light bar บริเวณท้ายรถ และด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cdที่ต่ำเพียง 0.22 รวมทั้งระบบอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมจากการออกแบบรูปทรงตัวถังที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดและพิสัยระยะเดินทางที่ทำได้ไกลมากขึ้น

ภายในห้องโดยสารแสดงออกถึงบรรยากาศของการเริ่มต้นเข้าสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมล้ำอนาคต ปลอดโปร่งด้วยโครงสร้างและสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางอุปกรณ์รายรอบ แผงหน้าปัทม์ทรงโค้งมนในตำแหน่งบนสุดของแผงคอนโซลหน้า ให้มุมมองที่ชัดเจนที่สุดจากสายตาของผู้ขับขี่ คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอinfotainmentขนาดใหญ่ถึง10.9-นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม วางตัวต่อเนื่องกันด้วยแผ่นกระจกที่ให้สัมผัสสไตล์ black-panelสร้างบรรยากาศที่กลมกลืนลงตัวกับงานตกแต่งภายในห้องโดยสาร ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งานทั้งหมดได้รับการออกแบบใหม่ สำหรับปอร์เช่ไทคานน์โดยเฉพาะ ระบบควบคุมการทำงานแบบกลไกดั้งเดิม อาทิ สวิทช์ และปุ่มกดต่างๆ ได้รับการลดจำนวนลงอย่างมาก โดยถูกแทนที่ด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะผ่านการสัมผัส หรือการสั่งงานด้วยเสียงvoice control function ซึ่งพร้อมตอบสนองต่อคำสั่งเริ่มต้น“Hey Porsche”

ภายในห้องโดยสาร

สำหรับไทคานน์ปอร์เช่นำเสนอมิติใหม่ของงานตกแต่งภายในที่ปราศจากการใช้วัสดุหนังเป็นครั้งแรก ชิ้นงานภายในประกอบด้วยนวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล ซึ่งล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์แนวคิดในการพัฒนารถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนยาวนานในชื่อว่า “Foot garages” – ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ในบริเวณที่พักเท้าของห้องโดยสารตอนหลัง – เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะสามารถนั่งประจำที่ได้ด้วยความสะดวกสบาย และเบาะนั่งจะวางตัวในระดับต่ำตามลักษณะเฉพาะตัวของรถสปอร์ตพันธ์แท้ พื้นที่บรรทุกสัมภาระมีให้ใช้งานได้ถึง 2 จุด: โดยด้านหน้ามีความจุที่81ลิตร และในด้านท้ายรถมีความจุถึง366ลิตร


ปอร์เช่ไทคานน์ เทอร์โบ เอส และ ไทคานน์ เทอร์โบถือกำเนิดขึ้นในฐานะกลจักรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพชั้นเลิศถึง 2 ส่วน หนึ่งคือชุดขับเคลื่อนล้อหน้า และสองคือชุดขับเคลื่อนล้อหลัง หมายความว่ารถสปอร์ตคันนี้ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อall-wheel driveส่งผลต่อความเหนือระดับทั้งในแง่ของพิสัยการเดินทางสูงสุด และพละกำลังที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เกิดขึ้นผ่านการทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวระหว่างชุดขับเคลื่อนทั้ง 2  ชิ้นส่วนของelectric machine ระบบส่งกำลัง และชุดควบคุมpulse-controlled inverter ถูกผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ขนาดที่กะทัดรัด แต่กลับเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังที่อัดอยู่ในทุกอณูด้วยความหนาแน่นสูงสุด(กิโลวัตต์ต่อลิตรของพื้นที่อุปกรณ์) เมื่อเปรียบเทียบกับระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าของรถยนต์ในยุคปัจจุบัน อีกหนึ่งอุปกรณ์พิเศษที่อยู่ในมอเตอร์ไฟฟ้า คือ"hairpin"อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของstator coilsเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนขดลวดทองแดงที่บรรจุอยู่ในstator ได้มากขึ้น เพิ่มกำลังและแรงบิด ขณะที่มีชิ้นส่วนเท่าเดิมนวัตกรรมระบบส่งกำลังแบบtwo-speed transmission คิดค้นขึ้นโดยปอร์เช่ได้รับการติดตั้งในชุดขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์แรกรับหน้าที่สร้างอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งที่ดีเยี่ยมให้แก่ ไทคานน์ในส่วนของเกียร์ที่ 2 มีอัตราทดที่ยาวกว่าเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานและรักษาพละกำลังสูงสุดให้ถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในการขับขี่ที่ความเร็วสูงก็ตาม

 

ระบบ Porsche 4D-Chassis Controlทำหน้าที่วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลที่ได้จาก ระบบควบคุมช่วงล่างทั้งหมดในแบบ real timeนวัตกรรมดังกล่าวประกอบด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension พร้อมเทคโนโลยี three-chamber รวมทั้งระบบ PASM (Porsche Active Suspension Management) ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ระบบเหล็กกันโคลงอัจฉริยะ และระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus)ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ควบคุมด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงทั้งสองตัว พร้อมระบบสะสมพลังงานย้อนกลับ หรือ recuperation ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร ให้กำลังสูงสุดกว่า 265 กิโลวัตต์ ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทุกราย ผลจากการวิ่งทดสอบ  แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของแรงเบรกที่ใช้ในการขับขี่ปกติเกิดขึ้นจากกลจักรไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยแทบจะปราศจากการทำงานของระบบเบรกไฮดรอลิกที่ล้อรถ

โหมดการขับขี่ที่แตกต่างกัน สามารถเลือกได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ โดยมีพื้นฐานในการออกแบบพัฒนาที่ยึดหลักการเดียวกันกับยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ทุกคัน เพิ่มเติมด้วยการปรับตั้งลักษณะการตอบสนองให้เหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสมบูรณ์แบบประกอบด้วยโหมดการขับขี่ถึง 4 รูปแบบ: “Range”, “Normal”, “Sport” และ“Sport Plus” ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเลือกใช้งานโหมด“Individual” ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้เอง

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอสและไทคานน์ เทอร์โบพร้อมรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ ราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับอุปกรณ์มาตรฐาน และภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา