by Carzanova Team Nat
Hits: 569

อัลลายแอนซ์ 2022: เรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ร่วมมือเร่งเดินหน้าใช้แพลทฟอร์ม ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยีใหม่ร่วมกัน

เปิดแผนอัลลายแอนซ์ 2022 (Alliance 2022) แผนดำเนินงานระยะ 6 ปีที่กำหนดเป้าหมายใหม่ในการผนึกกำลังการลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 1 หมื่นล้านยูโรเมื่อสิ้นสุดแผนดำเนินงานนี้ โดยแผนใหม่ระยะเวลา 6 ปีมุ่งสู่เป้าหมายดังนี้
•รถยนต์มากกว่า 9 ล้านคันจะใช้ 4 แพลทฟอร์มร่วมกัน
•สัดส่วนการใช้ระบบขับเคลื่อนร่วมกันจะขยายตัวจาก 1 ใน 3 เพิ่มเป็น 3 ใน 4 ของยอดการผลิตทั้งหมด
•การผนึกกำลังเพิ่มเติมในอนาคตคาดว่าจะครอบคลุมระบบ ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า  การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ
•รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 12 รุ่นจะได้รับการเปิดตัวโดยใช้แพลทฟอร์มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและชิ้นส่วนร่วมกัน
•รถยนต์ 40 รุ่นจะเปิดตัวพร้อมเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ (AD)
•ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสารที่ขับเคลื่อนโดยหุ่นยนต์ (robo-vehicle ride-hailing services)

มร. คาร์ลอส กอส์น ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มอัลลายแอนซ์ กล่าวว่า “วันนี้เราได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่บริษัทในเครือของเรา เราวางเป้าหมายเพิ่มการผนึกกำลังการลงทุนให้สูงขึ้นเท่าตัวเป็น 1 หมื่นล้านยูโรเมื่อสิ้นสุดแผนยุทธศาสตร์อัลลายแอนซ์ 2022 และเพื่อก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าว เรโนลต์  นิสสัน   และ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  จะเร่งสร้างความร่วมมือเพื่อใช้แพลทฟอร์มและระบบขับเคลื่อนร่วมกัน รวมถึงการแบ่งปันเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่อรุ่นใหม่ร่วมกันด้วย ขณะเดียวกัน การผนึกกำลังจะถูกยกระดับด้วยขนาดธุรกิจของเราที่เติบโตมากขึ้น คาดว่ายอดขายรวมต่อปีของเราว่าจะเกินกว่า 14 ล้านคันและสร้างรายได้คาดการณ์ที่ 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐเมื่อสิ้นสุดแผนดำเนินงานนี้”

มร. คาร์ลอส กอส์น ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มอัลลายแอนซ์ 

ภายใต้แผนอัลลายแอนซ์ 2022 บริษัทในเครือจะเพิ่มสัดส่วนการใช้แพลทฟอร์มร่วมกัน โดยรถยนต์ 9 ล้านคันจะถูกพัฒนาบน 4 แพลทฟอร์มร่วมกัน แผนการนี้ยังจะขยายให้ครอบคลุมการใช้ระบบขับเคลื่อนในรถยนต์ร่วมกันให้มีสัดส่วนถึง 75 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมด

อัลลายแอนซ์ 2022 ยังมีแผนขยายการแบ่งปันเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าครั้งใหญ่ พร้อมกับการพัฒนาและติดตั้งใช้งานระบบขับขี่อัตโนมัติที่ก้าวหน้า การเชื่อมต่อยานยนต์ และบริการด้านการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่

รถยนต์ที่ปราศจากมลพิษ 12 รุ่นใหม่จะได้รับการเปิดตัวภายในปี พ.ศ. 2565โดยใช้แพลทฟอร์มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและชิ้นส่วนร่วมกันสำหรับหลายเซกเมนท์ ภายในช่วงเวลาเดียวกันนี้จะมีการเปิดตัวรถยนต์ 40รุ่นที่มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติที่มีระดับแตกต่างกันไปจนถึงรถยนต์ที่มีศักยภาพขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ การก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสารแบบไร้คนขับคือส่วนสำคัญของกลยุทธ์การบริการ ด้านการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่


วันนี้ยังมีการเปิดตัวโลโก้และระบบออนไลน์ใหม่ของกลุ่มอัลลายแลนซ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการหลอมรวมและความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นระหว่างบริษัทในเครือ มร. กอส์นกล่าวสรุปว่า “แผนการนี้จะกระตุ้นการเติบโตและความสามารถในการสร้างผลกำไรของบริษัทในเครือของเรา เราต้องการสร้างการผนึกกำลังกันที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยบริษัทเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติสามแห่งทำงานร่วมกันอย่างเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียว อัลลายแอนซ์ได้เติบโตและแสดงศักยภาพด้วยสองบริษัทในเครือมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 แต่ด้วยแผนธุรกิจ อัลลายแอนซ์ 2022 เราจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราจะเติบโตต่อไปและสร้างผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมด้วยสามบริษัทหรือมากกว่า”

เกี่ยวกับเรโนลต์-นิสสัน-มิตซูบิชิ
กลุ่มเรโนลต์ นิสสัน มอเตอร์ส   และ  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  คือกลุ่มพันธมิตรยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นกลุ่มหุ้นส่วนข้ามวัฒนธรรมที่มีความร่วมมือกันยาวนานที่สุดและมีผลผลิตมากที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มพันธมิตรมียอดขายเฉียด 10 ล้านคันในเกือบ 200 ประเทศในปี พ.ศ. 2559 บริษัทในเครือให้ความสำคัญกับความร่วมมือและเสริมศักยภาพการผนึกกำลังกันเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน กลุ่มพันธมิตรมีความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับกลุ่มยานยนต์อื่นๆ อย่างเดมเลอร์ของเยอรมนีและตงฟงของจีน กลุ่มพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์นี้เป็นผู้นำด้านยานยนต์ปราศจากมลพิษและเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้า พร้อมกับวางแผนนำเสนอระบบขับขี่อัตโนมัติ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ และการบริการจากรถยนต์หลากหลายรุ่นที่เข้าถึงได้ง่าย

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้มีความสุขกับการใช้รถของนิสสัน ขณะที่ในด้านสังคม นิสสันมุ่งการมีส่วนร่วมในการเพิ่มพูนความสุข และเพิ่มชีวิตชีวาให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่ สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 200 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์ รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน รถกระบะ และรถตู้

เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้ยี่ห้อนิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2559 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.63 ล้านคัน สร้างรายได้มูลค่า 11.72 ล้านล้านเยน โดยมี นิสสัน ลีฟ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก สำนักงานใหญ่ของนิสสันตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย ญี่ปุ่น เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันมีพนักงานทั่วโลกจำนวน 247,500 คน ทั้งยังเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้พันธมิตร เรโนลต์ – นิสสัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ในปี พ.ศ. 2559 นิสสันได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิ จนได้เข้าร่วมพันธมิตรเป็นสมาชิกรายที่สาม และทั้งพันธมิตรมียอดขายรวมกันสูงระดับ 10 ล้านคันต่อปี

อัลลายแอนซ์ 2022 – เป้าหมายและรายละเอียด
อัลลายแอนซ์ 2022 ยอดขาย รายได้ และการผนึกกำลัง
ในปีนี้ เรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สก้าวขึ้นเป็นกลุ่มยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้านยอดขาย โดยในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2560 ยอดขายเพิ่มขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วไปอยู่ที่ 5.27 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายรวมของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดมากกว่า 500,000 คัน

เมื่อสิ้นสุดดำเนินงานนี้ ยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัทในเครือคาดว่าจะมากกว่า 14 ล้านคันต่อปี รายได้ทางการเงินรวมทั้งหมดคาดว่าถึงระดับ 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเสร็จสิ้นแผนดำเนินงานนี้หรือเพิ่มขึ้น 30เปอร์เซ็นต์จากรายได้รวมทั้งหมด 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี พ.ศ. 2559

การผนึกกำลังการลงทุนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านยูโรภายในช่วงสิ้นสุดแผนการนี้หรือเพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์จากการผนึกกำลังการลงทุนในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งอยู่ที่ 5 พันล้านยูโร การผนึกกำลังการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวส่วนหนึ่งจะมาจากการดำเนินงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยเฉพาะการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น การใช้โรงงานผลิตร่วมกัน การใช้แพลทฟอร์มรถยนต์ร่วมกัน และการขยายธุรกิจในตลาดเศรษฐกิจอิ่มตัวและตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่

นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ถึงการผนึกกำลังกันเพิ่มเติมในกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์น้ำหนักเบา (LCV) ธุรกิจหลังการขาย และการแบ่งปันเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ รถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อ และบริการด้านการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการผนึกกำลังกันในฝ่ายที่มีความร่วมมือกันอยู่แล้วในปัจจุบัน ทั้งวิศวกรรม วิศวกรรมการผลิต ห่วงโซ่การผลิต จัดซื้อ และทรัพยากรบุคคล

การขยายแพลทฟอร์มและระบบขับเคลื่อนร่วมกัน
บริษัทในเครือจะขยายการใช้แพลทฟอร์มและระบบขับเคลื่อนร่วมกัน นอกเหนือจากการใช้องค์ประกอบเทคโนโลยีที่ทั้งสามฝ่ายมีอยู่

การพัฒนาในอนาคตมีดังนี้:
•ในปี พ.ศ. 2565 รถยนต์มากกว่า 9 ล้านคันจะผลิตบน 4 แพลทฟอร์มร่วมกัน เพิ่มขึ้นจากรถยนต์ 2ล้านคันที่ผลิตบน 2 แพลทฟอร์มในปี พ.ศ. 2559
•เมื่อสิ้นสุดแผนการนี้ บริษัทในเครือจะแบ่งปันเครื่องยนต์ 22 รุ่นจากทั้งหมด 31 รุ่น เทียบกับการแบ่งปันใช้เครื่องยนต์ 14 รุ่นจากทั้งหมด 38 รุ่นในปี พ.ศ. 2559
•กลยุทธ์การใช้แพลทฟอร์มร่วมกันบนพื้นฐานโครงสร้าง CMF จะถูกขยายให้ครอบคลุมแพลทฟอร์มร่วมของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมศักยภาพการขับขี่อัตโนมัติที่ก้าวล้ำ และขยายสู่การใช้แพลทฟอร์มบีเซกเมนท์รุ่นใหม่ร่วมกับรถยนต์ขนาดกลาง
•มิตซูบิชิ มอเตอร์สจะสามารถเข้าถึงโครงสร้าง CMF และใช้ระบบขับเคลื่อนร่วมกันภายในปี พ.ศ. 2563
การขยายโครงสร้าง Common Module Family เป็นการต่อยอดความสำเร็จของการแบ่งปันโครงสร้างรถยนต์ร่วมกันระหว่างเรโนลต์และนิสสันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้แพลทฟอร์มและระบบขับเคลื่อนร่วมกันในรถยนต์หลายกลุ่มอย่างกว้างขวาง ทั้งนิสสัน โรก แคชไคล์ และเอ็กซ์เทรล เรโนลต์ เอสเปซ คัดจาร์และเมแกน รวมถึงเรโนลต์ ควิด และดัทสัน เรดี-โก

องค์ประกอบเทคโนโลยีของอัลลายแอนซ์ 2022

องค์ประกอบเทคโนโลยีที่มีอยู่จะช่วยส่งเสริมการผนึกกำลังกันด้วยการหลีกเลี่ยงการพัฒนาที่ซ้ำซ้อนและทำให้บริษัทในเครือสามารถเข้าถึงนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

1. ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
ในฐานะผู้บุกเบิกที่แท้จริงและผู้นำยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับโลก เป้าหมายยังอยู่ที่การเป็นอันดับหนึ่งของผู้นำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากระแสหลักสำหรับตลาดวงกว้างและเข้าถึงได้ง่ายทั่วโลก โดยภายในปี พ.ศ. 2565 บริษัทในเครือจะสามารถขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้อย่างมากเพื่อให้ครอบคลุมทุกเซกเมนท์หลักในตลาดที่มีความสำคัญทั้งญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป

องค์ประกอบเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าจะรวมถึง:
•แพลทฟอร์มร่วมของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นสำหรับหลายเซกเมนท์ภายในปี พ.ศ. 2563 โดยคาดการณ์ว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะผลิตบนแพลทฟอร์มเดียวกันภายในปี พ.ศ. 2565
•แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จะเปิดตัวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และแบ่งปันใช้งานโดยทุกบริษัทในเครือ
•รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 12 รุ่นใหม่จะเปิดตัวภายในปี พ.ศ. 2565
•รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีระยะทางขับเคลื่อนมากกว่า 600 กม. ตามหลักเกณฑ์การทดสอบและอนุมัติของยุโรปหรือเอ็นอีดีซี (NEDC) จะเปิดตัวภายในปี พ.ศ. 2565
•ต้นทุนแบตเตอรี่จะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ระหว่างปี พ.ศ. 2559 ถึง 2565
•ภายในปี พ.ศ. 2565 การชาร์จไฟระยะเวลา 15 นาทีจะมอบระยะทางขับเคลื่อน 230 กม. ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 90 กม. ในปี พ.ศ. 2559 ตามหลักเกณฑ์การทดสอบและอนุมัติของยุโรปหรือเอ็นอีดีซี (NEDC)
•แบตเตอรี่ที่มีลักษณะแบนราบและมีประสิทธิภาพสูงช่วยเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารและสร้างความยืดหยุ่นด้านการออกแบบมากขึ้น

เริ่มใช้เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์สให้เป็นโซลูชั่นส์ปลั๊กอินไฮบริดร่วมกันของรถยนต์ซีและดีเซกเมนท์ภายในปี พ.ศ. 2565
2. นำเสนอระบบขับขี่อัตโนมัติและรถยนต์ไร้คนขับ
บริษัทในเครือวางแผนเปิดตัวรถยนต์ 40 รุ่นที่มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ (AD) ที่มีระดับแตกต่างกันภายในปี พ.ศ. 2565

ปัจจุบันมีการดำเนินโครงการทดสอบมากมายในหลายภูมิภาคทั่วโลกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทในเครือสามารถติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติที่ก้าวล้ำหน้าไว้ในรถยนต์กระแสหลักที่ออกทำตลาดในวงกว้าง โดยมีกรอบเวลาดังนี้

การใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติจะประกอบด้วย
•พ.ศ. 2561 รถยนต์ที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงสำหรับการใช้งานบนถนนไฮเวย์ – มนุษย์ผู้ขับขี่คอยตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
•พ.ศ. 2565 รถยนต์ที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงสำหรับการใช้งานในเมือง – มนุษย์ผู้ขับขี่คอยตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
•พ.ศ. 2565 รถยนต์ที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงสำหรับการใช้งานบนถนนไฮเวย์ – มนุษย์ผู้ขับขี่ตรวจสอบสถานการณ์เป็นครั้งคราว
•พ.ศ. 2565 รถยนต์ที่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบคันแรก – ไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์ผู้ขับขี่คอยตรวจสอบสถานการณ์
รถยนต์ไร้คนขับถูกทดสอบการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องร่วมกับหุ้นส่วนอย่างเดน่า (DeNA) จากญี่ปุ่น และทรานส์เดฟ (Transdev) จากฝรั่งเศส ซึ่งจะปูทางสู่ยุคใหม่ของการขับเคลื่อนที่เป็นเป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรที่จะก้าวเป็น:
•ผู้ให้บริการหลักของการบริการรถยนต์ร่วมโดยสารแบบไร้คนขับ ซึ่งจะมีหุ้นส่วนเพิ่มเติมในอนาคต
•เป็นผู้นำการดำเนินการและให้บริการรถยนต์เพื่อการขนส่งสาธารณะและรถยนต์โดยสารร่วมกัน


3. สนับสนุนการเชื่อมต่อและบริการด้านการขับเคลื่อน
ทีมงานกลุ่มพันธมิตรยานยนต์เชื่อมต่อและการบริการด้านการขับเคลื่อน (Alliance Connected Vehicles and Mobility Services) กำลังพัฒนาบริการด้านการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่และแสวงหาความร่วมมือ นอกจากนี้ โซลูชั่นส์การเชื่อมต่อรุ่นใหม่เพื่อผู้บริโภคจะพร้อมให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ครอบคลุมดังนี้
•ระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ใช้ร่วมกันในรถยนต์และระบบการเชื่อมต่อที่ใช้ร่วมกันในรถยนต์
•การเปิดตัวแพลทฟอร์ม Connected Cloud เพื่อจัดการอินเฟอร์เฟซข้อมูลทั้งหมด
•แพลทฟอร์มระบบคลาวด์จะเปิดทางให้เกิดการพัฒนาศักยภาพระบบขับขี่อัตโนมัติสำหรับบริการรถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์ขนส่งสินค้าขับขี่อัตโนมัติ และรถยนต์รับส่งขับขี่อัตโนมัติ
แพลทฟอร์ม Connected Cloud จะมอบประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติงานให้แก่บริษัทในเครือ อย่างการจัดการการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยกระดับการแบ่งปันข้อมูลด้านการผลิต รวมถึงการเป็นกลไกเพื่อลดต้นทุนการรับประกัน

แผนการเชื่อมต่อจะรวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศแบบเปิดที่ทำให้เกิดการบริการรูปแบบใหม่และคุณสมบัติใหม่ที่จะถูกติดตั้งใช้งานตลอดทั้งวงจรชีวิตของรถยนต์