by Carzanova Team Nat
Hits: 416

พิสูจน์สมรรถนะกับ 3 ตัวลุยของนิสสัน บนดินแดนเมียนมาร์จากใต้สู่เหนือ

นิสสัน จัดทริปทดสอบสมรรถนะของ 3 โมเดลสายลุย ทั้งกระบะ นาวารา แบล็ค เอดิชั่น ปี 2019, เอสยูวี เอ็กซ์เทรล ใหม่ และเทอร์ร่าบนเส้นทางที่มีระยะทางรวมทั้งหมดกว่า 3,000 กม. ทั่วประเทศเมียนมาร์ จากใต้สุดสู่เหนือสุด ใช้เวลาเดินทาง 10 คืน กับ 11 วัน เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของรถทั้ง 3 โมเดล ว่าสามารถไปได้ทุกที่

 

สำหรับเส้นทางการขับขี่กว่า 3,000 กม. นั้น แบ่งการเดินทางออกเป็น 3 ช่วง ซึ่งช่วงแรกเราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่กาญจนบุรี ออกด่านพรมแดนตรงบ้านพุน้ำร้อน ซึ่งเป็นด่านชายแดนไทยใหม่ล่าสุด โดยคาราวานต้องขับผ่านด่าน ตม. และด่านความมั่นคง ของไทย 3 จุด ก่อนจะเข้ามาในเขตพม่า (เมียนมาร์) อีก 3 จุด รวม 6 จุด ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เมืองทวาย ซึ่งเป็นเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมาร์และเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคตะนาวศรี สำหรับเมืองนี้อยู่ติดกับปากแม่น้ำที่สำคัญคือแม่น้ำทวายซึ่งล้อมรอบด้วยทิวเขาตะนาวศรีและป่าเขตร้อน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังนครย่างกุ้ง

 

โดยช่วงนี้เป็นเส้นทางบนเขาสลับทางทรุกันดาร แถมยังมีแยกเล็กแยกน้อยมากมายเหมาะอย่างยิ่งกับนาวารา แบล็ค เอดิชัน ใหม่ ที่ติดตั้งระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration) ล่าสุด Alliance In-Vehicle Infotainment (A-IVI) ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอปเปิล คาร์เพลย์ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถใช้ระบบอินโฟเทนเมนท์ NissanConnectในการเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย โดยเฉพาะปลายทางที่ไม่คุ้นเคย และสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เคยไปมาก่อนอย่างในประเทศเมียนมาร์ ทั้งบนเส้นทางชนบทและการขับขี่ในเมือง ระบบ A-IVI สามารถนำทาง แนะนำช่องทางจราจรอย่างละเอียด พร้อมบอกสภาพการจราจรในขณะนั้น สำหรับเส้นทางและการขับขี่ล่วงหน้าด้วยการแสดงผลและสามารถพูดเป็นเสียงได้ในแบบ Turn-by-Turn ในทิศทางที่ถูกต้องโดยไม่ต้องใช้แผนที่อื่นๆ

 

นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่

สำหรับนิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ มีกำลังเครื่องยนต์ 163 แรงม้า และแรงบิดกว่า 403 นิวตัน-เมตร โดยส่งกำลังผ่านเกียร์ที่มีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 7 สปีด ซึ่งรับหน้าที่เป็นรถบรรทุกอุปกรณ์ที่จำเป็น และสัมภาระในการเดินทางต่างๆ โดยระหว่างการเดินทางเราได้ทดลองใช้เทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย และความสะดวกสบาย เช่น กล้องมองภาพรอบทิศทางในรุ่น ดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์ ที่ช่วยให้สามารถมองเห็นตัวรถนาวารา และสิ่งรอบข้างผ่านกล้องที่ถูกติดตั้ง 4 จุดรอบคัน ในขณะที่รุ่นคิง แค็บ มีกล้องมองหลัง รวมถึงระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) ถุงลมนิรภัย กุญแจรีโมท ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ จอแสดงผลแบบ Drive-Assist ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามความเร็วและแสดงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของการขับขี่ระยะไกล

 

ตลอดการเดินทาง นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ ยกระดับความแข็งแกร่ง ด้วยการตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีดำ และชุดแต่ง “สีดำ” ตั้งแต่กรอบไฟหน้าสีดำแบบ LED  กระจังหน้าสีดำ กรอบไฟตัดหมอกสีดำ กระจกมองข้าง และมือจับประตูสีดำ บันไดข้างสีดำ คิ้วล้อสีดำ กันชนหลังสีดำ และเสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้สีส้มมาผสมผสานเพื่อเพิ่มสีสันในส่วนของกันชนไฟหน้า กระจกข้าง และบันไดข้าง รวมไปถึงสติกเกอร์สามมิติดีไซน์ใหม่เติมความดุดันรอบคัน เพิ่มความสปอร์ต แข็งเเกร่ง และทันสมัยยิ่งกว่าเดิม

 

เป็นอันเสร็จสิ้นการเดินทางในช่วงที่ 1 ซึ่งเจ้ากระบะ นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ รับหน้าที่ในช่วงนี้ ก่อนส่งมอบช่วงที่ 2 ให้กับนิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ กับเส้นทางจากย่างกุ้งสู่มัณฑะเลย์

 

สำหรับเส้นทางช่วงนี้จะเป็นทางหลวงซะเป็นส่วนใหญ่ถือเป็นบททดสอบชั้นดีสำหรับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control - ICC) ซึ่งสามารถรักษาระยะห่างที่ปรับตั้งไว้กับรถคันหน้า ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ทำให้ไม่เครียดเวลาขับทางไกลนอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา และเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและตรวจจับวัตถุกีดขวาง ขณะที่เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ ตรวจจับการหยุดกะทันหันของรถคันหน้าที่อยู่ในเลนเดียวกัน พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่และสั่งการระบบเบรกเพื่อลดความเสี่ยงจากการชนที่อาจเกิดขึ้น

 

ซึ่งก่อนที่จะออกจากตัวเมืองย่างกุ้งซึ่งมีการจราจรคับคั่งมีบ่อยครั้งที่ผู้ขับขี่ได้ใช้เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอยเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทางและระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคันที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการจอดรถในที่คับแคบทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ของใช้งาน และเดินทางออกจากนครย่างกุ้งมุ่งสู่มัณฑะเลย์บนทางหลวงพุกามซึ่งเป็นถนนหลวงที่ดีที่สุดในเมียนมาร์และสภาพถนนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดีโดยบนเส้นทางนี้เป็นการขับทางไกลพร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเอ็กซ์เทรล ใหม่ ในรุ่นที่ผมขับมีหลังคาแบบพาโนรามิกซันรูฟทำให้มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ผ่านหลังคาที่เปิดกว้างได้อย่างเต็มที่และแม้จะเป็นการเดินทางไกล แต่ด้วยความกว้างขวางโอ่โถง ทำให้เพื่อนร่วมทางด้านหลังสะดวกสบายตลอดเส้นทาง

 

เราขับรถเข้าสู่กรุงเนปิดอว์และได้เยี่ยมชมเมืองหลวงแห่งใหม่นี้ ก่อนสิ้นสุดวัน ณ เจดีย์อุปปาตสันติที่จำลองแบบมาจากมหาเจดีย์ชเวดากองอันโด่งดังในนครย่างกุ้งโดยหลังจากแสงอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าเส้นทางในเมียนมาร์มืดมากๆ โชคดีที่เรามีเทคโนโลยีเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติที่นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่องสว่างยามค่ำคืนด้วยการปรับไฟหน้าโดยอัตโนมัติด้วยการลดไฟสูงลงเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่นขณะขับสวนในอีกช่องทางก่อนจะปรับกลับมาเป็นไฟสูงตามต้องการอีกครั้ง ทำให้การขับขี่ยามค่ำคืนเป็นเรื่องง่าย และแล้วเราก็เข้าที่พักเอนกายพักก่อนที่พรุ่งนี้จะออกเดินทางใหม่

วันนี้เราเข้าสู่ทางหลวงมุ่งหน้าสู่เมืองพุกาม เอ็กซ์เทรล ใหม่ ที่มี 2 ระบบขับเคลื่อนได้มีโอกาสแสดงสมรรถนะในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน2.5 ลิตรให้กำลังสูงสุด171 แรงม้าแรงบิดสูงสุด233 นิวตัน-เมตรและเครื่องยนต์2.0 ลิตรไฮบริด ให้กำลังสูงสุด144 แรงม้าแรงบิดสูงสุด200 นิวตัน-เมตรและมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพิ่มกำลังสูงสุดอีก41 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด160 นิวตัน-เมตร ซึ่งทั้ง 2 เครื่องยนต์มีพละกำลังเหลือเฟือสำหรับการเดินทางสู่เมืองพุกามและหยุดพักกันที่ชุมชนที่แปรรูปอาหารและผลผลิตจากต้นตาล

 

นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ 

ในเมืองพุกามได้แวะเยือนตลาดยองอูเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของคนเมียนมาร์รวมถึงจับจ่ายซื้อของฝากในผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและผ้าทอท้องถิ่นอาทิผ้าโสร่งโลงจีอันขึ้นชื่อโดยสามารถใช้เทคโนโลยีประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติที่มอบประโยชน์ใช้งานทั้งการบรรทุกสิ่งของในเมืองและกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเดินทางที่ต้องบรรทุกสัมภาระและกระเป๋าเดินทางมากมายเหมือนกับในการเดินทางครั้งนี้โดยหลังจากเสร็จสิ้นการบรรทุกของฝากจุดหมายต่อไปคือสถานีรถไฟพุกามที่เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ก่อนเยี่ยมชมพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลเจดีย์แห่งเมืองพุกาม

  

หลังจากนั้นได้ออกเดินทางสู่เมืองสะกายและมิงกุนซึ่งเป็นอดีตนครหลวงโบราณของเมียนมาร์เมืองทั้ง 2 มีเจดีย์สีขาวเงินและทองจำนวนมากและมีชื่อเสียงโด่งดัง ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์บนเทือกเขาและเป็นการปิดท้ายทริปการผจญภัยของนิสสันเอ็กซ์เทรล ใหม่ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ซึ่งการเดินทางช่วงที่ 2 ก็ผ่านไป ส่งต่อช่วงที่ 3 ให้กับนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ โดยเป็นเส้นทางจากมัณฑะเลย์กลับสู่ประเทศไทยทางอำเภอแม่สาย ตอนเหนือของจังหวัดเชียงราย

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่

เราออกเดินทางจากมัณฑะเลย์ ไต่ขึ้นสู่เขตเทือกเขาสูงไปพร้อมกับเทอร์ร่า ใหม่ รถอเนกประสงค์อัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซี โดยมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบอินเล ซึ่งรถรุ่นนี้มีการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์อันทรงพลังที่สุดในระดับเดียวกัน และห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่งที่มีพื้นที่กว้างขวาง รวมถึงเทคโนโลยีจากนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี อาทิ กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง และระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคันช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพรอบคันได้อย่างสมบูรณ์ในทุกมุมมอง จึงสามารถเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่คับแคบจอแจได้ง่าย รวมถึงเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ

 

คุณณสมบัติต่างๆ เหล่านี้มอบอรรถประโยชน์เมื่อขบวนขับขี่มุ่งหน้าผ่านเมืองตองจีและเมืองน้ำจ๋าง บนเส้นทางที่ผ่านหมู่บ้านของชนเผ่าปะหล่อง ซึ่งมีการขับขี่ที่ไต่ลงไปในหุบเขาที่คับแคบ โดยชาวบ้านจากหมู่บ้านปะหล่องมีการเพาะปลูกใบชาและต้นมะม่วงตามหุบเขา ก่อนจะลัดเลาะเลียบไปตามเส้นทางตีนเขาและไต่ขึ้นถนนที่มีความลาดชันมากอีกครั้งไปยังหมู่บ้านปะหล่องที่ตั้งอยู่บนยอดเขา  ซึ่งเป็นหนึ่งในการขับขี่ช่วงสุดท้ายที่มีความคดเคี้ยวผ่านรัฐฉานทางภาคตะวันออกของประเทศที่ถือเป็นเส้นทางที่น่าประทับใจจากทิวทัศน์สองข้างทางอันงดงามตระการตา

 

ซึ่งตลอดการเดินทาง เราได้รับประสบการณ์มากมายจากการขับขี่ไปยังสถานที่แปลกใหม่ของเมียนมาร์ในทริปนี้ ที่ทำให้การขับขี่บนท้องถนนต่างๆ และทางหลวง ซึ่งนิสสัน ตัวลุยทั้ง 3 รุ่น แสดงศักยภาพให้เราได้เห็นถึงความอึด ทน ประหยัด แถมมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่กับหลากหลายรูปแบบเส้นทาง เป็นเรื่องที่ง่าย เรื่องได้ว่าเป็น 3 โมเดลสายลุยของนิสสัน ที่สามารถพาชีวิต “ลุยได้ทุกที่” อย่างแท้จริง